โปรแกรมทัวร์แนะนำ | อินเดีย | ทัวร์เนปาล | ทัวร์ภูฎาน | ทัวร์พม่า | ทัวร์บาหลี | ทัวร์จีน | ทัวรืฮ่องกง | ทัวร์ลาว
  • Banner 10-14 DEC 15

  • พม่า อินเดีย 4วัน 3คืน

  • พม่า อินเดีย 6วัน 5คืน

  • พม่า-อินเดีย 9วัน 8คืน

  • Banner บาหลี ปีใหม่ 59

  • พม่า ย่างกุ้ง 3วัน 2คืน เช้า-เย็น

  • ภูฏาน 5วัน 4คืน

  • พม่า 4วัน 3คืน PM-PM

  • จางเจียเจี้ย ปีใหม่

เมืองเดลลี

เมืองเดลลี

เป็นมหานครที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของอินเดียและมีประชากรมากเป็นอันดับสองของประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ เดลีเก่า และเดลีใหม่ (นิวเดลี) ซึ่งเป็นเมืองหลวงปัจจุบันของอินเดีย

กรุงเดลีได้เคยเป็นศูนย์กลางทางการปกครองถึง 7 ครั้ง คือในสมัย

  1. พระเจ้าดีลิฟ
  2. ยุคกษัตริย์อลาอุดดิน
  3. ยุคอุดดิน ตุฆลัค
  4. ยุคโมฮัมหมัด
  5. ตุฆลัค
  6. ยุคกษัตริย์ฟิโรซซาร์แห่งราชวงศ์ตุฆลัค
  7. ยุคกษัตริย์หุมายุน
  8. ยุคกษัตริย์ชาห์จะฮาน

ทำให้ได้รับฉายาว่า มหานคร 7 ราชธานี

ต่อมาในปี ค.ศ. 1700 จักรวรรดิอีงกฤษได้เข้ามามีอิทธิพลในอินเดีย เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางการค้าขายในภูมิภาค พร้อมกับการยึดครองอินเดียมาเป็นอาณานิคม จนกระทั่งสามารถยึดครองได้สำเร็จ ในปี ค.ศ. 1877 อังกฤษได้สถาปนาเมืองเดลีเป็นศูนย์กลางการปกครองของประเทศอินเดีย โดยมีสมเด็จพระราชินีนาถวิคตอเรีย ดำรงตำแหน่งประมุขสูงสุดของอินเดีย

ในปี ค.ศ. 1912 จักรวรรดิอังกฤษได้ทำการสร้างนิวเดลี โดยมีเซอร์เอ็ดวิน ลุตเยนส์ (Edwin Lutyents) กับเฮอร์เบิร์ต เบเกอร์ (Herbert Berger) ชาวอังกฤษ เป็นผู้ออกแบบ และสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1931 โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 19,500,000 รูปี

ปัจจุบันเดลีแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ

  • เดลีเก่า เป็นเขตวัฒนธรรมในสมัยโบราณ ประกอบไปด้วย มัสยิต สุเหร่า เป็นจำนวนมาก
  • เดลีใหม่ หรือนิวเดลี คือส่วนที่อังกฤษสร้างขึ้นเป็นที่ตั้งรัฐสภาสถานที่ทำการของรัฐบาล ถือเป็นศูนย์กลางการปกครองของอินเดีย เป็นเมืองสมัยใหม่ที่ประกอบไปด้วย ย่านการค้าทันสมัยเป็นจำนวนมาก และยังเป็นที่ตั้งของประตูอินเดียอีกด้วย

กรุงเดลี  คือเมืองหลวงของอินเดียที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี และเป็นที่ตั้งอดีตราชธานีของอินเดียมาแล้วถึง 8 สมัย โดยเราจะไปชมศูนย์กลางการปกครองประเทศในเขตเดลีใหม่ (New Delhi) และเที่ยวป้อมแดง (Red Fort) ซึ่งโบราณสถานที่มีชื่อเสียงที่สุดของกรุงเดลี ทั้งยังเป็นมรดกชิ้นสำคัญของจักรวรรดิโมกุลในยุครุ่งเรืองสุดขีด ปัจจุบันเดลีแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ

  1. เดลีเก่า เป็นเขตวัฒนธรรมในสมัยโบราณ ประกอบไปด้วย มัสยิต สุเหร่า เป็นจำนวนมาก
  2. เดลีใหม่ หรือนิวเดลี คือส่วนที่อังกฤษสร้างขึ้นเป็นที่ตั้งรัฐสภาสถานที่ทำการของรัฐบาล ถือเป็นศูนย์กลางการปกครองของอินเดีย เป็นเมืองสมัยใหม่ที่ประกอบไปด้วย ย่านการค้าทันสมัยเป็นจำนวนมาก และยังเป็นที่ตั้งของประตูอินเดียอีกด้วย

 

 

สถานที่ท่องเที่ยว

1

ประตูเมืองอินเดีย (India Gate)

ประตูเมืองอินเดียเป็นสิ่งก่อสร้างมีลักษณะคล้ายคลึง L’Arcde Triomphe ของฝรั่งเศส มีความมุ่งหมายให้เป็นอนุสรณ์แก่ทหารที่พลีชีวิตในสงครามครั้งสำคัญๆ ของอินเดีย โดยได้จารึกรายชื่อของทหารที่เสียชีวิตในสนามรบ เช่น ทหารและข้าราชการอินเดียและอังกฤษ จำนวน 13,516 คน ที่พลีชีวิตในสงครามชายแดนด้านตะวันตกเฉียงเหนือ และสงครามอัฟกานิสถาน ครั้งที่ 3และรวมทั้งทหารอินเดีย จำนวน 60,000นาย ที่เสียชีวิตในสงครามโลก ครั้งที่ 1ส่วนบนยอดของประตูอินเดีย สร้างเป็นอนุสรณ์แก่ทหารนิรนาม วัสดุในการก่อสร้างเป็นหินทรายแดง เป็นแท่งทึบ มีความสูงจากระดับพื้นถนน 42.3 เมตร ส่วนโค้งของซุ้มประตู กว้าง 9.1 เมตร สูง 22.8 เมตร ตรงกลางระหว่างประตูมีกระถางหินทรายแดงขนาดใหญ่ จุดไฟลุกโชนไม่เคยดับมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 และมีอักษรจารึกเป็นภาษาฮินดีว่า “อมร ชะวาน ชโยติ” (อมร – ผู้ไม่ตาย ชะวาน – ทหาร และ ชโยติ – ความรุ่งเรือง หรือ ความสว่าง)

 

2

ป้อมแดง (Red Fort)

ป้อมแดง หรือที่คนอินเดียทั่วไปเรียกว่า ลาล ขีลา(ลาล-แดง ขีลา-ป้อมปราการ) สร้างขึ้นจากหินทรายแดง เป็นพระราชวังของชาห์ เชฮันพระเจ้าแผ่นดินองค์หนึ่งของราชวงศ์โมกุล (องค์เดียวกับที่ทรงสร้างทัช มาฮาล) ปัจจุบันป้อมแดงใช้เป็นที่ประกอบพิธีฉลองเอกราชของอินเดียในวันที่ 15 สิงหาคมของทุกๆปีนายกรัฐมนตรีจะทำพิธีคลี่ธงชาติและกล่าวสุนทร พจน์ ณ เชิงเทินของพระราชวังป้อมแดงนี้ ป้อมแดงขนาดใหญ่ในอินเดีย มีอยู่2แห่งคือที่เดลีและอัคราซึ่งอยู่ห่างจากเดลีประมาณ200กิโลเมตร ป้อมแดงที่เดลีเป็นป้อมปราการมีขนาดใหญ่มาก วัดรอบกำแพงทุกด้านเป็นความยาวถึง 1 ไมล์ครึ่ง กำแพงด้าน แม่น้ำยมุนาสูง 60 ฟุต ด้านอื่นสูงบ้างต่ำบ้างไม่เท่ากันกำแพงบางแห่งสูง 75 ฟุต บางแห่งสูงถึง 110 ฟุต พระเจ้าชาห์ เชฮันทรงโปรดให้สร้างป้อมแดงในปี พ.ศ.2181(ค.ศ. 1638) ใช้เวลาสร้าง 10 ปีเสร็จในปี พ.ศ.2191นับถึงปัจจุปันมีอายุกว่า350 ปี   ในระหว่างช่วงเวลาดังกล่าวป้อมนี้ต้องประสบภัยพิบัติทั้งจากธรรมชาติและจากข้าศึกศัตรูหลายครั้ง ในปี พ.ศ. 2262 เกิดแผ่นดินไหว เป็นผลให้ป้อมแดงได้รับความเสียหายต้องซ่อมแซมครั้งใหญ่ ในปี พ.ศ. 2282 ถูกกองทัพเปอร์เซีย เข้ามาปล้นเอาทรัพย์สมบัติมีค่าไปเป็นอันมาก รวมทั้งราชบัลลังก์นกยูง (Peacock Throne) ซึ่งทำด้วยทองและเพชรนิลจินดาอันหาค่ามิได้ และต่อมาเมื่ออำนาจของราชวงศ์โมกุลเสื่อมโทรมลง ก็ถูกปล้นอีกหลายครั้ง

 

3

ป้อมแดงมีประตูใหญ่ 2 ประตู คือ ประตูละฮอร์ (Lahore Gate) ซึ่งหันหน้าไปทางเมืองละฮอร์ในประเทศปากีสถาน ซึ่งเป็นประตูที่อนุญาตให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชม ซึ่งมีลักษณะที่น่าสังเกตผิดกับประตูพระราชวังทั่วไป เพราะมองจากภายนอกไม่เห็นประตู เห็นแต่เชิงเทินสูงกำบังประตูไว้ ก่อนจะเข้าถึงตัวพระราชวังมีประตูด้านใน และมีทางทอดยาว ประมาณ 80 เมตร ไปถึง หอกลอง ที่เรียกว่า เนาปัตคะบา เป็นตึกสองชั้นซึ่งเป็นที่อยู่ของเจ้าพนักงานกรมมหรสพทั้งกรม อาคารหลังแรกที่เข้าไปถึง เรียกว่า ดิวันอิอัม (Diwan-I-Am) เป็นที่ออกขุนนางชั้นนอก มีราชบัลลังก์ หินอ่อนอยู่ด้านใน เป็นที่พระเจ้าแผ่นดินประทับเวลาออกขุนนาง ผนังห้องราชบัลลังก์ฝังหินสีต่าง ๆ ซึ่งเป็นลวดลายนก ดอกไม้คล้ายของจริงมากที่สุด และยังคงสวยงามไม่ลบเลือนต่อจากดิวันอิอัมหรือห้องออกขุนนางชั้นนอก ก็จะถึงสถานที่ที่เรียกว่ารังคมาฮาล (Rang Mahal) เป็นที่ทรงพระสำราญหลังการออกขุนนาง และฝ่ายในจะคอยเฝ้าที่นี่ พระที่นั่งหลังนี้สร้างบนกำแพงวังสูงมาก มีหน้าต่าง 5 ช่องสำหรับให้นางในไว้ชมการชนช้าง ต่อจากพระที่นั่งรังคมาฮาล ถึงพระที่นั่งที่เรียกว่า ดิวันอิขาส (Diwan-I-Khas) เป็นที่นั่งเฝ้าชั้นใน สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ฝีมือก่อสร้างประณีตกว่าพระที่นั่งชั้นนอก เพดานเป็นไม้แกะสลักสวยงาม มีพระแท่นราชบัลลังก์ซึ่งเคยประดิษฐานราชบัลลังก์นกยูง ที่เรียกว่า Peacock Throne ทำด้วยทองคำแท้ ฝังเพชรนิลจินดาล้ำค่า (บัลลังก์นี้ถูก Nadir Shah กษัตริย์เปอร์เซียที่เข้ามาโจมตีอินเดียนำไปไว้ที่กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ในปี ค.ศ. 1739) ในห้องนี้มีอักษรจารึกไว้ว่า “ถ้าจะมีสวรรค์วิมานอยู่บนพื้นพิภพนี้ ก็คือ ที่นี่เอง ที่นี่เอง ที่นี่เอง” (“If there is a paradise on earth it is this, it is this, it is this”) เป็นคำจารึกที่ชอบพูดกันมากตัวปราสาทที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดิน เรียกว่า คาสมาฮาล มีที่อยู่แบ่งออกเป็น 3 ตอน มี ห้องสรงสร้างอย่างวิจิตร ส่วนห้องบรรทมเป็นห้องโล่ง ๆ ไม่มีประตูเปิดปิดได้เลย ใช้เพียงม่านกั้นเท่านั้น ใช้คนเป็นยามเฝ้ารักษาแทนการปิดประตู และมีหอยื่นออกมาหอหนึ่ง ที่หอนี้พระเจ้าแผ่นดินต้องตื่นขึ้นมาไหว้พระสวดมนต์ และต้องแสดงพระองค์ให้ปรากฏแก่ราษฎรทุกเช้า เพื่อให้รู้แน่ว่ายังมีพระชนม์อยู่ศิลปกรรมอีกชิ้นหนึ่งที่เชิดหน้าชูตาเดลี และเป็นถาวรวัตถุคู่กับพระราชวังป้อมแดง คือ ชามามัสยิด (Jama Masjid) เป็นสุเหร่าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศตะวันออก และเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกชิ้นสุดท้ายของพระเจ้าชาห์ ชาฮันสร้างด้วยหินทรายแดงและหินอ่อน เริ่มสร้างในปี พ.ศ.2187 (ค.ศ.1644) แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2201 (ค.ศ.1658) มีประตูเข้า 3 ประตู หอคอยอยู่ 4 มุม และหอสูง(Minaret) 2 หอ ความสูง 40 เมตร

 

Jama_masjid_dilli6

จามามัสยิด (Jama Masjid)

เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในกรุงนิวเดลี อยู่ในเขตย่านเมืองเก่า บริเวณถนน Netaji Subhash Marg เยื้องกับป้อมแดงมาทางทิศตะวันตกโดยประมาณ 500 เมตร ประตูเข้าหลัก เป็นประตูฝั่งตะวันออก

เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-12.30 และ 13.45 ไปจนถึงก่อนพระอาทิตย์ตกดิน 30 นาที ในทุกวันศุกร์จะปิดเพื่อทำพิธีละหมาดใหญ่ เวลา 12.00-14.00 น. สามารถเข้าชมพื้นที่โดยรวมได้ฟรี แต่ถ้าจะถ่ายภาพ นำกล้องเข้าไปต้องเสียค่าธรรมเนียม 200 รูปี และควรแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ผู้หญิงควรคลุมผมด้วย

สร้างจากหินทรายแดงสลับกับหินอ่อนในปี ค.ศ. 1644 – 1658 โดยพระเจ้าชาร์ จาฮานเป็นผู้ออกแบบเป็นองค์เดียวกันกับที่สร้างทัชมาฮาล และเป็นมัสยิดหลักในสมัยชาร์จาฮานาบัดเป็นราชธานีของอินเดียสถาปัตยกรรมของมัสยิดไม่มีรายละเอียดอะไรมากนัก ดูออกจะเรียบๆ แต่ขนาดความใหญ่โตที่สามารถบรรจุคนที่เข้ามาทำพิธีทางศาสนา ได้ถึง 25,000 คน

ทางขึ้นด้านหน้า เป็นบันไดไปสู่เนินเขาชื่อ โบจาลา (Bho Jala) จากนั้นพอผ่านประตูเข้าไปก็จะพยกับมัสยิดที่มีโดมสีขางขนาดใหญ่ 3 โดมอยู่บนหอคอยสูง (ภายในคือห้องละหมาด)

ยอดโดมยังสามารถขึ้นไปชมกรุงเดลีเก่าในมุมสูงได้อีกด้วย เสียค่าผ่านทางประมาณ 20 รูปีและไม่อนุญาตให้ผู้หญิงขึ้นไปคนเดียว จะต้องมีผู้ชายขึ้นไปด้วย ส่วนทางด้านอาคารทางทิศตะวันออก เป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงข้าวของเครื่องใช้ของท่านมูฮัมมัด ศาสดาแห่งศาสนาอิสลามอีกด้วย

 

cats

อักชาร์ดัม (Akshardham)

อักชาร์ดัม หรือที่รู้จักกันในชื่อเดลีอักชาร์ดัม(DelhiAkshardham)หรือ สวามีนารายันอักชาร์ดัม(Swaminarayan Akshardham) ในภาษาไทยบ้างก็เรียกว่า อักษราธรรม ความงดงาม และอลังการของอักชาร์ดัมแสดงให้เห็นถึงศิลปะวัฒนธรรมที่เป็นอมตะ ไร้ขอบเขต และมีคุณค่าอย่างไร้กาลเวลาของอินเดีย สมกับที่ได้รับการยกย่อง ซึ่งวัดแห่งนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 70 เปอร์เซนต์ จากนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่มาเที่ยวกรุงเดลี แต่ให้บอกว่างดงามอย่างไรก็ไม่เท่า กับได้มาสัมผัสด้วยตาของตนเอง ผู้สนใจสามารถมาเที่ยวที่อักชาร์ดัมแห่งนี้ได้ทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ตั้งแต่เวลา9.00–19.00 น. ปิดวันจันทร์หนึ่งวัน โดยเข้าชมฟรี แต่ถ้าเป็นนิทรรศการแสงสีเสียงต้องเสียเงินค่าตั๋วต่างหาก

 

cats

พิพิธภัณฑ์มหาตมคานธี (Gandhi Memorial museum)

พิพิธภัณฑ์มหาตมคานธี  ตั้งอยู่บริเวณตรงข้ามกับราชฆาฏ  เป็นที่แสดงภาพถ่าย เอกสารต้นฉบับที่เขียนด้วยลายมือ ของมหาตมคานธี ตลอดจนสิ่งของส่วนตัวของมหาตมคานธี รวมทั้ง มีห้องสมุดที่รวบรวมผลงานของคานธีและหนังสือ อื่นๆที่เกี่ยวข้องด้วย

 

cats

ราษฎร์ปติภวัน (Rashtrapati Bhavan) 

ราษฎร์ปติภวัน ทำเนียบประธานาธิบดีของอินเดีย ตั้งอยู่ที่ต้นถนน Rajpath ด้านตะวันตกบนเนินที่เรียกว่า Raisina Hill ตรงข้ามกับ India Gate ซึ่งอยู่ปลายถนนด้านตะวันออก เดิมเคยใช้เป็น วังของอุปราชอังกฤษในสมัยอาณานิคมมีห้องถึง 340 ห้อง ออกแบบโดย Sir Lutyens สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1929 เป็นสถาปัตยกรรมผสมระหว่างตะวันตกกับศิลปะโมกุล ตัวห้องโถงที่เรียกว่า Durbar Hall มีโดมขนาดใหญ่แบบอินเดียทำด้วยทองแดงอยู่ด้านบน ใช้เป็นที่ประกอบพิธีสำคัญๆของทางการ ทางทิศตะวันตกมีสวนโมกุล (Mughal Garden) ซึ่งมีชื่อเสียงว่างดงามมาก เปิดให้คนทั่วไปชมเฉพาะช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม เพราะเป็นช่วงที่ดอกไม้ออกดอกสวยงาม ทั้งตัวอาคารและสวนมีเนื้อที่ถึง 350 เอเคอร์

 

cats

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ (National Museum)

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ตั้งอยู่ที่ถนน Janpath กรุงนิวเดลีเป็นสถานที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุ และศิลปกรรมของอินเดีย มากกว่า 150,000 ชิ้น ที่ตกทอดมาตั้งแต่อารยะธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ (Indus Valley relics) แสดงความเป็นมาของประวัติศาสตร์อินเดียที่มีอายุกว่า 5000 ปีรวมทั้งศิลปกรรมอันล้ำค่าของเอเชียกลางจากเส้นทางสายไหม ซึ่งนับว่าหาได้ยาก ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ที่นี้มี พระบรม-สารีริกธาตุ ของพระพุทธเจ้า ซึ่งประดิษฐานอยู่บนบุษบกไม้สักแกะ สลักปิดทอง ที่รัฐบาลไทยได้จัดสร้างถวายเป็นพุทธบูชาโดยได้มอบให้เป็นของขวัญแก่รัฐบาลอินเดียเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2540 ปัจจุบันบุษบก ดังกล่าวประดิษฐานอยู่กลางห้องโถงทางปีกซ้ายของ พิพิธภัณฑสถาน พระบรมสารี ริกธาตุมีลักษณะเป็นพระบรมอัฐิขนาดค่อนข้างใหญ่ประมาณ 1 .5 – 2 นิ้ว ซึ่งแตกต่างจากพระบรมสารีริกธาตุที่ประดิษฐานอยู่ที่ปูชนียสถานสำคัญๆ ของไทยที่มักจะมีลักษณะเหมือน เมล็ดข้าวหักเล็กๆ หรือเมล็ดงาสีขาว ส่วนยอดของบุษบกทำจากทองคำหนัก 102กรัม บนยอดประดับด้วยอัญมณี

 

You can leave a response, or trackback from your own site.

สนใจโทร ติดต่อสอบถามรายละเอียดของโปรแกรมได้ที่บริษัทชั้นนำใกล้บ้านท่าน

บริษัท สนุกฮอลิเดย์ จำกัด
บริษัท มิตรไมตรี ทัวร์
เนเจอร์ไมล์ จำกัด
บริษัท มิคโก้ แทรเวล จำกัด
ทัวร์เอ็กซ์เพรส เซ็นเตอร์ ดอทคอม
บริษัท เอสซี เด็คเคอร์เรชั่น จำกัด (สไมล์ไทยแลนด์ทัวร์)
Osamu International Co.,Ltd
ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไลฟ์ อีส ทราเวล
บริษัทไฮไลท์เวิลด์ทัวร์ จำกัด
บริษัท โกลเด้นท์ ริเวอร์ คอมเมอร์เชียล จำกัด
เอิร์ธ แทรเวล
บริษัท แองเจิล สตาร์ ทราเวล จํากัด


ซันปาร์ค ฮอลิเดย์
Your Way Travel and Services Co., Ltd.
บริษัท ไทยเวย์รักษ์การท่องเที่ยว จำกัด
บริษัท รุ่งอนันต์ ทัวร์ จำกัด
เยาวราช ทัวร์
romantic travel&service co.,ltd
อั่งเป่าทัวร์
บริษัท พรีม่า สยาม เทรเวล จำกัด
บริษัท วีทัช แทรเวล จำกัด
Experts Flyer
Standard Tour
บริษัท คลินิคทัวร์ จำกัด
C&P WORLD TOUR
Ubon Surachai Tour
North Pole Travel
99 Wolrd Travel
คนไทยทัวร์
ดารากร ทราเวล
ศรีดารา ทัวร์
MUNGMEE
thaifly travel with style
Holiday Playful Co.,Ltd.
Siam Travel
Anyways Travel
A.O. FAMILY TOUR
บริษัท ฟีนิกซ์ เวิลด์ จำกัด
บริษัท บัดดี้ ทริป ทราเวล จำกัด
บริษัท เวิลด์ ลักซูรี่ จำกัด
บริษัท วีชั่น ทัวร์ จำกัด
บริษัท อนันต์ดาทัวร์ ( ประเทศไทย ) จำกัด
Happy Star Tour
บริษัท วี ทราเวล ทูเกทเตอร์ จำกัด
NEWGENS TRAVEL
บริษัท โฟร์พี พลัส จำกัด
XPRESS VACATIONS Co., Ltd.
Niji Travel
Best Friend Holiday
บริษัท แมกซ์ บิลเลี่ยน ทราเวล จำกัด
World Gateway Co.,Ltd.

Powered by WordPress | Designed by: free css template | Thanks to hostgator coupon codes and shared hosting