โปรแกรมทัวร์แนะนำ | อินเดีย | ทัวร์เนปาล | ทัวร์ภูฎาน | ทัวร์พม่า | ทัวร์บาหลี | ทัวร์จีน | ทัวรืฮ่องกง | ทัวร์ลาว
  • Banner 10-14 DEC 15

  • พม่า อินเดีย 4วัน 3คืน

  • พม่า อินเดีย 6วัน 5คืน

  • พม่า-อินเดีย 9วัน 8คืน

  • Banner บาหลี ปีใหม่ 59

  • พม่า ย่างกุ้ง 3วัน 2คืน เช้า-เย็น

  • ภูฏาน 5วัน 4คืน

  • พม่า 4วัน 3คืน PM-PM

  • จางเจียเจี้ย ปีใหม่

เที่ยวสองประเทศ ย่างกุ้ง พุทธคยา 6 วัน 5 คืน (8M) (IND012)

1
วันแรก : กรุงเทพฯ – ย่างกุ้ง – พุทธคยา

08.00 น.    คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบิน Myanmar Airways International (8M) ประตู 7 แถว N โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกก่อนขึ้นเครื่อง

10.15 น.     ออกเดินทางสู่เมืองย่างกุ้ง โดยสายการบิน Myanmar Airways International (8M) เที่ยวบินที่ 8M 336

11.00 น.      คณะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติเมืองย่างกุ้ง (เตรียมตัวต่อเครื่องไปพุทธคยา)

12.00 น.     คณะเดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาติเมืองย่างกุ้ง สู่พุทธคยา เมืองคยา โดยสายการบิน Myanmar Airways International (8M) เที่ยวบินที่ 8M 601

13.20 น.    คณะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติเมืองคยา (สถานที่ตั้งสังเวชนียสถานแห่งการตรัสรู้ “พุทธคยา” ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า) หลังจากเสร็จพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจสัมภาระเป็นที่เรียบร้อยแล้ว…จากนั้นนำท่านเข้าสู่ตัวเมือง พุทธคยา เมืองคยา

จากนั้น นำท่านเข้านมัสการ พระมหาเจดีย์พุทธคยา พร้อมสักการะองค์พระประธาน “พระพุทธเมตตา” และสักการะต้นศรีมหาโพธิ์ ซึ่งต้นโพธิ์ต้นดังกล่าวเป็นต้นที่ 4 จากต้นศรีมหาโพธิ์ต้นแรกที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ โดยสำหรับต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นแรกนั้นเป็นสหชาติกับพระพุทธเจ้า (เกิดในวันเดียวกับวันที่เจ้าชายสิทธัตถะประสูติ) มีอายุถึง 352 ปี จนในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช จึงถูกทำลายโดยพระชายาของพระเจ้าอโศกมหาราช เพราะความอิจฉาที่พระเจ้าอโศกรักและหวงแหนต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นนี้จนไม่สนใจพระนาง ต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นที่สองนั้นปลูกโดยพระเจ้าอโศกมหาราช จากหน่อพระศรีมหาโพธิ์ต้นเดิมและมีอายุยืนมาประมาณ 871-891 ปี จนถูกทำลายในประมาณปีพุทธศักราช 1143-1163 ด้วยน้ำมือของพระราชาฮินดูแห่งเบงกอลพระนามว่าศศางกา ซึ่งพระองค์อิจฉาพระพุทธศาสนาที่มีความรุ่งเรืองมาก จึงทรงแอบนำกองทัพเข้ามาทำลายต้นโพธิ์ต้นนี้ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นที่สามปลูกโดยพระเจ้าปูรณวรมา กษัตริย์พระองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์เมารยะ และต้นที่สามนี้มีอายุยืนมากว่า 1,258 – 1,278 ปี จึงล้มลงในสมัยที่อินเดียเป็นอาณานิคมของอังกฤษ และต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นที่สี่ ที่ยังคงยืนต้นมาจนปัจจุบัน ปลูกโดยนายพลเซอร์ อเล็กซานเดอร์ คันนิ่งแฮม เมื่อปีพุทธศักราช 2423
พร้อมนำท่านสักการะ 7 สัตตมหาสถาน หรือสถานที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเสด็จประทับเสวยวิมุต เป็นเวลา 7 สัปดาห์หลังจากตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง อันประกอบไปด้วย
1) เสด็จประทับบนพระแท่นวัชรอาสน์ใต้ต้นศรีมหาโพธิ์ พร้อมเสวยวิมุตติสุขตลอด 7 วัน ในสัปดาห์ที่ 1
2) เสด็จประทับ ณ อนิมิสเจดีย์ ทรงยืนจ้องพระเนตรดูต้นศรีมหาโพธิ์ โดยมิได้กะพริบพระเนตรตลอด 7 วัน ในสัปดาห์ที่ 2
3) เสด็จประทับ ณ รัตนจงกรมเจดีย์ ทรงนิมิตจงกรมขึ้น แล้วเสด็จจงกรมเป็นเวลา 7 วัน ในสัปดาห์ที่ 3
4) เสด็จประทับ ณ รัตนฆรเจดีย์ โดยเสด็จไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของต้นศรีมหาโพธิ์ และประทับนั่งขัดสมาธิในเรือนแก้วซึ่งเทวดานิรมิตถวาย ทรงพิจารณาพระอภิธรรมตลอด 7 วัน ในสัปดาห์ที่ 4
5) เสด็จไปประทับใต้ต้นไทร อชปาลนิโครธ ซึ่งเป็นที่พักของคนเลี้ยงแกะ ในสัปดาห์ที่ 5
6) เสด็จไปประทับนั่งขัดสมาธิใต้ต้นจิก มุจลินท์ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของต้นศรีมหาโพธิ์ ในสัปดาห์ที่ 6
7) เสด็จไปประทับใต้ต้นเกด ราชายตนะ ประทับนั่งเสวยวิมุตติสุขตลอด 7 วัน ในสัปดาห์ที่ 7

เย็น      นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักในพุทธคยา เมืองคยา ณ Bodhgaya Regency หรือเทียบเท่า พร้อมรับประทานอาหารเย็นภายในโรงแรม

 

2
วันที่สอง : พุทธคยา– เมืองราชคฤห์ – นาลันทา – พุทธคยา

 เช้า       รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมที่พัก

หลังอาหาร นำท่านออกเดินทางสู่เมืองราชคฤห์ หรือเบญจคีรีนคร แปลว่า เมืองที่มีเขาทั้ง 5 อันได้แก่ เขาคิชกูฏ เขาปัณฑวะ เขาเวภาระ เขาอิสิคิลิ และเขาเวปุลละ เมืองราชคฤห์ในสมัยพุทธกาลนั้นเดิมทีเป็นเมืองหลวงของแคว้นมคธ ที่มีประวัติศาสตร์ของศาสนาพุทธอย่างมากมาย มีเจ้าเมืองปกครองในยุคนั้นคือพระเจ้าพิมพิสารที่ถือได้ว่าเป็นโยมอุปฐากของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่มีส่วนช่วยทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาที่สำคัญอย่างมาก ด้วยการถวายพื้นที่สำหรับเป็นพุทธสถานแห่งแรก และเมืองราชคฤห์ยังเป็นสถานที่ที่เกิดเหตุการณ์สำคัญของพระพุทธศาสนาอีกมากมาย
จากนั้นนำท่านเดินทางชมจุดสำคัญต่างๆณ ยอดเขาคิชกูฏ สถานที่ประทับพรรษาแรกของพระพุทธเจ้า ซึ่งปรากฏหลักฐานหลายจุดที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธประวัติ อันประกอบไปด้วย
1. ถ้ำพระโมคคัลลานะ ที่พำนักและบำเพ็ญเพียรของอัครสาวกเบื้องซ้าย ผู้เป็นเอตทัคคะที่มีอิทธิฤทธิ์เป็นเลิศ และเป็นสถานที่พระโมคคัลลานะมองเห็นอชครเปรตที่มีความสูง 25 โยชน์ (1 โยชน์ มีค่าเท่ากับ 16 กิโลเมตร) ถูกไฟเผาจากหัวถึงหาง ซึ่งพระพุทธองค์ทรงเล่าถึงอดีตชาติของเปรตตนนั้น
2. ที่กลิ้งหินของพระเทวทัต เป็นจุดที่สามารถมองเห็นจากบริเวณด้านหน้าถ้ำพระโมคคัลลานะ ที่ปรากฏก้อนหินเรียงกัน 3 ก้อน มีช่องระหว่างเขาสามารถเดินเข้าไปได้ ซึ่งในสมัยพุทธกาลนั้น เส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางขึ้น-ลงเพียงทางเดียว ซึ่งเชื่อกันว่าพระเทวทัตพยายามกลิ้งหินจากข้างบนโดยหวังปลงพระชนม์องค์พระศาสดา แต่สุดท้ายสามารถทำอันตรายต่อพระพุทธองค์ได้เพียงห้อพระโลหิต
3. ถ้ำสุกรขาตา (ถ้ำพระสารีบุตร) ที่พำนักและบำเพ็ญเพียรของอัครสาวกเบื้องขวาผู้เป็นเอตทัคคะที่มีปัญญาเป็นเลิศ ที่สามารถบรรลุอรหันตผลภายใน 15 วัน หลังจากการอุปสมบท
4. อานันทกุฎี ตั้งอยู่ด้านหน้าพระคันธกุฎี กุฏิของพระพุทธเจ้า เพื่อเป็นการตรวจสอบเหล่ากษัตริย์ เทวดา และพุทธศาสนิกชนที่ต้องการเข้าเฝ้าสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
5. พระคันธกุฎี ซึ่งเคยเป็นกุฏิของพระพุทธเจ้า มีขนาดประมาณ 2.5 * 3 เมตร และเป็นสถานที่แสดงพระธรรมหลายสูตรต่อพระเจ้าพิมพิสารและพุทธศาสนิกชน
จากนั้น นำท่านชม ชีวกอัมพวันวิหาร หรือสวนมะม่วงของหมอชีวกโกมารภัจจ์ ซึ่งถวายเป็นสังฆาวาส และเป็นโรงพยาบาลสงฆ์แห่งแรกของโลกที่ดูแลพระภิกษุสงฆ์อาพาธ รวมไปถึงพระพุทธองค์ด้วยเช่นเดียวกัน เมื่อครั้งเหตุการณ์พระเทวทัตผลักก้อนหิน    

เที่ยง  :   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารในโรงแรมเมืองราชคฤห์

หลังอาหารนำท่านชม เรือนจำคุมขังพระเจ้าพิมพิสารสถานที่พระเจ้าอชาตศัตรูทรงทำการปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์แทนพระเจ้าพิมพิสาร ผู้เป็นบิดา โดยการยึดพระราชอำนาจของพระเจ้าพิมพิสาร และขังพระมารดาและพระบิดามาขังไว้ ณ สถานที่แห่งนี้ ซึ่งพระเจ้าพิมพิสารถูกทรมานร่างกายสารพัดวิธี ไม่ว่าจะเป็นการอดอาหาร แต่พระองค์ก็รอดมาได้ด้วยการนั่งบำเพ็ญภาวนาเจริญสมาธิ และการเดินจงกรม แต่ภายหลังพระโอรสของพระองค์ยังคงสร้างวิบากกรรมอันเลวร้าย คือ ทรงทำปิตุฆาตด้วยการใช้มีดผ่าบริเวณฝ่าเท้าของพระเจ้าพิสารจนไม่สามารถเดินจงกรมและเสด็จสวรรคตในที่สุด ซึ่งพระเจ้าอชาตศัตรูทรงไม่รู้ถึงบาปอันใหญ่หลวงในครั้งนี้ เนื่องจากพระองค์ได้หลงคำยุยงของพระเทวทัต

ปัจจุบันเรือนจำแห่งนี้หลงเหลือสภาพเพียงซากหินสำหรับก่อกำแพงที่มีความหนาประมาณ 2 เมตร และมีความยาวด้านละ 60 เมตร และเมื่อครั้งตอนขุดพบนั้น ปรากฏหลักฐานชิ้นสำคัญที่บ่งชี้ว่าสถานที่แห่งนี้ในอดีตเคยเป็นเรือนจำ คือ โซ่ตรวนข้อมือเหล็ก

จากนั้น นำท่านชม วัดเวฬุวันมหาวิหารหรือป่าไผ่ สถานที่กำเนิดวันสำคัญทางศาสนา “วันมาฆบูชา” ซึ่งเป็นสถานที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ต่อหน้าพระสงฆ์ที่พระองค์ทรงบวชให้ทั้งหมด และวัดเวฬุวันมหาวิหารยังเป็นวัดแห่งแรกของพระพุทธศาสนา เป็นสถานที่ที่พระเจ้าพิมพิสารถวายให้กับองค์พระศาสดา

หลังจากนั้นนำท่านเดินทางเยี่ยมชม ตโปทารามสถานที่อาบน้ำของชาวฮินดูที่มีการแบ่งชนชั้นวรรณะของชาวอินเดียปรากฏอยู่อย่างชัดเจน  ตโปธาร คือบ่อน้ำร้อนที่ตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำสรัสวดี ที่ไหลมาจากภูเขาเวภารบรรพต ซึ่งตามความเชื่อของชาวฮินดูเชื่อกันว่า ไหลมาจากพรหมโลก โดยในประเทศอินเดียมีความเชื่อเรื่อง แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์มีอยู่ 7 สาย อันได้แก่ แม่น้ำคงคา แม่น้ำยมุนา แม่น้ำโกดาวารี แม่น้ำสรัสวดี แม่น้ำนาร์มาดา แม่น้ำสินธุ และแม่น้ำคาเวรี ตโปธาร เป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติพระวินัย ข้อหนึ่งขึ้นมา นั่นคือ ภิกษุใดสรงน้ำ (อาบน้ำ) และยังไม่ถึงกึ่งเดือน (15วัน) สรงน้ำใหม่ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ยกเว้นภิกษุผู้อาพาธ ภิกษุผู้ทำนวกรรม ภิกษุผู้เดินทางไกล หรือในคราวที่อากาศร้อนจัด ทรงอนุญาติให้อาบได้ เหตุเนื่องมาจากในฤดูหนาว พระเจ้าพิมพิสารออกไปนอกพระนครมายังธารน้ำร้อน ตโปธาร และรอคอยพระสงฆ์สรงเสร็จจึงจะทรงสนาน ซึ่งในเวลานั้นพระสงฆ์เป็นจำนวนมากกำลังสรงน้ำอุ่นอย่างสบายใจ และไม่ทราบว่าพระเจ้าพิมพิสารทรงรออยู่ กว่าพระองค์จะได้ทรงสนานก็ใกล้ค่ำ และช่วงเวลานั้นเมืองราชคฤห์มีศัตรูมาก พระองค์จึงทรงให้รักษาพระนครอย่างแข็งขัน ประตูใหญ่ของเมืองเปิดปิดตรงตามเวลา ไม่มียกเว้นกับใครทั้งสิ้น แม้พระองค์ผู้เป็นกษัตริย์ จึงจำต้องนั่งรอจนประตูเปิดในตอนเช้าจึงได้เสด็จเข้าพระนคร

สมควรแก่เวลานำท่านออกเดินทางสู่เมืองนาลันทา พร้อมนำท่านชมมหาวิทยาลัยนาลันทาสถานที่กำเนิดของอัครสาวกองค์สำคัญ คือ พระสารีบุตร ผู้เป็นเลิศทางด้านปัญญา โดยมีหลักฐานบ่งชี้คือ สถูปที่เป็นอนุสรณ์สถานต่อพระมหาเถระรูปนี้ เมืองนาลันทา ยังได้รับการสมญานาม เมืองแห่งความรู้ เพราะมีมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก (โดยประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยนาลันทาเริ่มขึ้นโดย ถูกสร้างขึ้นในสมัยกษัตริย์ราชวงศ์คุปตะพระองค์หนึ่งพระนามว่าศักราทิตย์ หรือกุมารคุปตะที่ 1 ครองราชย์ประมาณ พ.ศ. 958-998 ได้ทรงสร้างวัดอันเป็นสถานศึกษาขึ้นแห่งหนึ่งที่เมืองนาลันทาและกษัตริย์พระองค์ต่อๆ มาในราชวงศ์นี้ก็ได้สร้างวัดอื่นๆ เพิ่มขึ้นในโอกาสต่างๆ จนมีถึง 6 วัด และสร้างกำแพงล้อมรอบ โดยขนานนามว่า “นาลันทามหาวิหาร” ต่อมาเมื่อพ.ศ. 1742 มหาวิทยาลัยนาลันทาก็พบกับการล่มสลาย เมื่อถูกกองทัพมุสลิมเติร์กเข้าครอบครองดินแดนและเผาทำลายวัดและปูชนียสถาน ตลอดจนฆ่าพระภิกษุ นักศึกษา และคณาจารย์ ไปอย่างมากมาย เมื่อมหาวิทยาลัยนาลันทาล่มสลายไปแล้วชื่อเสียงของเมืองนาลันทาก็ค่อยๆถูกลบเลือนจากคนทั่วไป จนกระทั่งปีพ.ศ.2403 เซอร์ อเล็กซานเดอร์ คันนิ่งแฮม “บิดาแห่งการสำรวจโบราณคดีอินเดีย” ได้ค้นพบมหาวิทยาลัยนาลันทา ซึ่งในขณะนั้นเป็นเพียงกองดินสูงเท่านั้น ต่อมาจึงได้ขุดสำรวจตามหลักวิชาการโบราณคดี มหาวิทยาลัยก็ได้ปรากฏแก่สายตาชาวโลกอีกครั้งหนึ่ง

จากนั้นนำท่านสักการะหลวงพ่อดำแห่งนาลันทา (มีลักษณะพระเกตุทรงบัวตูม ปางนั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์ชี้แม่พระธรณีเป็นพยาน แกะสลักด้วยหินดำ หน้าตักกว้าง 60 นิ้ว สูงนับจากพระเพลาถึงยอดพระเกตุ 69 นิ้ว สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าเทวาปาล ในปีพุทธศักราชที่ 1353 ชาวเมืองท้องถิ่นมีความเชื่อว่า “เตลีย่า บาบา” ชื่อเรียกตามภาษาท้องถิ่นของหลวงพ่อดำแห่งนาลันทา สามารถช่วยรักษาโรคเรื้อนได้ หากมาสักการะและนำน้ำมันมะพร้าวมาชะโลมองค์พระ และต่อมาหลวงพ่อดำ ได้รับการศรัทธาในเรื่องการขอพรให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ

ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางกลับพุทธคยา เมืองคยา อิสระให้ท่านชมวิวทิวทัศน์และวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นสองฝั่งทาง

ค่ำ   นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักพุทธคยา เมืองคยา ณ Bodhgaya Regency หรือเทียบเท่าพร้อมรับประทานอาหารค่ำ

3
วันที่สาม : พุทธคยา – พาราณสี

เช้า  :      บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม

หลังอาหารนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองพาราณสีซึ่งเมืองพาราณสีนั้นเป็นเมืองโบราณที่มีมาตั้งแต่ก่อนสมัยพุทธกาล เป็นอดีตเมืองหลวงของแคว้นกาสี ซึ่งเป็นเมืองที่สถิตย์ขององค์พระศิวะที่มีชื่อเสียงทางด้านพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาฮินดูมาอย่างยาวนานบนแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ ที่มีความเชื่อในการอาบน้ำล้างบาป ตามทรรศนะคติพราหมณ์ตราบจนถึงปัจจุบัน สำหรับศาสนาพุทธเมืองพาราณสียังเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษาที่หลากหลายประเทศมีการส่งพระสงฆ์มาศึกษาพระธรรมวินัยในยุคปัจจุบัน  ในสมัยพุทธกาล เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว พระองค์เคยทรงสนทนากับพวกพราหมณ์ผู้ไปอาบน้ำในแม่น้ำคงคาเพื่อล้างบาปเป็นใจความว่า ถ้าต้องการล้างบาปไม่จำเป็นต้องไปอาบน้ำในแม่น้ำคงคา ขอให้ชำระกาย วาจา ใจให้บริสุทธิ์ คือ เว้นทุจริตทางกาย วาจา ใจ และประพฤติสุจริตทางกาย วาจา ใจ นั่นแหละคือการอาบน้ำล้างบาปมีในศาสนาของพระองค์ ถ้าประพฤติอยู่ในสุจริตแล้ว แม้น้ำดื่ม น้ำอาบ ธรรมดาก็จะกลายเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ไปด้วย อนึ่ง ถ้าน้ำในแม่น้ำคงคาสามารถล้างบาปได้จริงและอำนวยผลให้ผู้ลงไปอาบไปสวรรค์ได้จริงแล้ว พวก กุ้ง หอย ปู ปลา ก็มีโอกาสไปสวรรค์ได้มากกว่ามนุษย์เพราะอาศัยอยู่ในแม่น้ำนั้นตลอดเวลา  เมืองพาราณสียังเป็นดินแดนที่ดีที่สุดในการศึกษาวิถีชีวิตของชาวอินเดียแท้ว่าเป็นอย่างไรดังคำกล่าวของพลตรีหลวงวิจิตรวาทการ ว่า “พาราณสีคือ อินเดียแท้ ใครมาอินเดียแล้วไม่เห็นพาราณสีก็เท่ากับว่าไม่ได้เห็นอินเดีย ใครอยากรู้ว่าอินเดียที่แท้จริงเป็นอย่างไรต้องมาดูที่เมืองพาราณสี”

เที่ยง :  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารภายในโรงแรมเมืองพาราณสี

หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่สารนาถซึ่งอยู่ในเขตเมืองพาราณสี ในอดีตสถานที่แห่งนี้คือ “ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน” อันเป็นสถานที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระปฐมเทศนา“ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” แก่ปัญจวคีย์ทั้ง 5 และเป็นสถานที่เกิดพระรัตนตรัยครบ 3 องค์ คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ พร้อมนำท่านเยี่ยมชม เจาคัณฑีสถูปเป็นอนุสรณ์สถานที่พระพุทธเจ้าทรงพบกับปัญจวคีย์ทั้ง 5 เมื่อเสด็จมาโปรดหลังจากพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ได้เพียง 2 เดือน และสามารถทำให้อัญญาโกณฑัญญะบรรลุอรหันตผล ซึ่งสถูปแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ต่อมาได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ในสมัยคุปตะ และมีการปรับเปลี่ยนผังของสถูปจากเดิมมาเป็นแบบรูปทรง 8 เหลี่ยม โดยจักรพรรดิ์อัคบาร์แห่งราชวงศ์โมกุล พระอัยกา (ปู่) ของจักรพรรดิ์ชาห์จาฮัน ผู้สร้างตำนานประติมากรรมแห่งความรักอันเป็นนิจนิรันดร ทัชมาฮาล (Taj Mahal) เพราะในอดีตพระบิดาของพระองค์ จักรพรรดิ์หุมายันได้เสด็จลี้ภัยมายังสถานที่แห่งนี้

จากนั้นนำท่านชม พระมูลคันธกุฎีกุฏิของพระพุทธเจ้า ซึ่งสร้างขึ้นโดยพระเจ้าอโศกมหาราช พร้อมปรากฏเสาอโศกในพื้นที่ดังกล่าว พร้อม นำท่านนมัสการธัมเมกขสถูปเป็นสถูปที่สร้างเพื่ออุทิศแด่พระอัญญาโกณฑัญญะ ผู้ซึ่งเห็นธรรมเป็นท่านแรก สถูปแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมแบบเมาริยะ เป็นทรงกลมแบบบาตรคว่ำ มีความสูงจากฐาน 42 เมตร ภายหลังจากสถูปองค์เก่าถูกทำลายได้มีการสร้างสถูปแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ เมื่อปีพุทธศักราช 2337 ถือได้ว่าสถานที่แห่งนี้เป็นจุดกำเนิดวันอาสาฬหบูชา เนื่องจากศาสนาพุทธและนำท่านสักการะ ธัมมราชิกสถูปเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงประทับจำพรรษาในช่วงฤดูฝนแรกหลังจากทรงตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิ-ญาณแล้วธัมมราชิกสถูปสร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์ในสถานที่ที่เชื่อว่าเป็นที่ประทับแสดงทุติยเทศนา คือ “อนัตตลักขณสูตร” โปรดแก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 หลังจากวันที่พระพุทธองค์ทรงแสดง “ธัมมจักกัปปวัตนสูตร” คือพระสูตรว่าด้วยการหมุนกงล้อแห่งพระธรรมอันเป็นพระสูตรแรกในพระพุทธศาสนา และในวันแรม 5 ค่ำ เดือน 8 พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงอนัตตลักขณสูตรโปรดแก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ทำให้ทั้งหมดได้เข้าใจชัดเจนถึงความเป็นอนัตตา ความไม่มีตัวตนถาวรเที่ยงแท้ของขันธ์ ของสังขารธรรม ทำให้ปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ สามารถเพิกถอนอุปทาน อาสวะในจิตของตนได้และได้บรรลุเป็นพระอรหันต์พร้อมกันเป็นครั้งแรกของโลกในที่สุด

จากนั้นนำท่านเที่ยวชม พิพิธภัณฑ์สารนาถที่จัดแสดงโบราณวัตถุที่มีความเกี่ยวข้องกับพุทธประวัติ โดยสิ่งที่น่าสนใจประกอบไปด้วย หัวเสาอโศก พระพุทธรูปปางปฐมเทศนาที่สร้างขึ้นในสมัยคุปตะ ช่วงศตวรรษที่ 4

ค่ำ : นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักเมืองพาราณสี ณ Ideal Hotel หรือเทียบเท่า พร้อมรับประทานอาหารค่ำ

4
วันที่สี่ : เมืองพาราณสี – พุทธคยา  

เช้า : นำท่านล่องเรือชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ และชมพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ในแม่น้ำคงคา สายน้ำอันศักดิ์สิทธิ์ที่หล่อเลี้ยงชาวอินเดียมาแต่โบราณกาล

จากนั้นนำท่านกลับสู่โรงแรมที่พักเพื่อรับประทานอาหารเช้า

หลังอาหารนำท่านเดินทางกลับพุทธคยา เมืองคยาเพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับเมื่อย่างกุ้งในวันพรุ่งนี้ อิสระให้ท่านชมวิวทิวทัศน์และวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นสองฝั่งทาง

เที่ยง : รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารในโรงแรมในพุทธคยา เมืองคยา

หลังอาหารนำท่านปฏิบัติธรรม ณ พระมหาเจดีย์พุทธคยาอีกครั้งหนึ่งเพื่อเป็นการเสริมสิริมงคลก่อนอำลาพุทธคยา เมืองคยา

ค่ำ : นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักในพุทธคยา เมืองคยา ณ Bodhgaya Regency หรือเทียบเท่า พร้อมรับประทานอาหารค่ำ

5
วันที่ห้า : พุทธคยา เมืองคยา – เมืองย่างกุ้ง

เช้า :  รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมที่พัก

หลังอาหารนำท่านเดินทางเที่ยวชม สถูปนางสุชาดาซึ่งปัจจุบันเป็นเนินดินสูงมีการก่ออิฐล้อมรอบสูงประมาณ 4 เมตร รอบๆเป็นลานกว้างมีร่องรอยการขุดดินหาโบราณวัตถุ สถูปแห่งนี้ถูกสร้างเป็นอนุสรณ์สถานโดยพระเจ้าอโศกมหาราช ในสมัยพุทธกาลนางสุชาดาคือผู้ที่ถวายข้าวมธุปายาสพร้อมถาดทองคำให้กับพระพุทธเจ้า ในช่วงที่พระพุทธองค์ทรงเลิกบำเพ็ญทุกรกริยาและกลับมาเสวยอาหารตามปกติ

จากนั้นนำท่านเยี่ยมชม แม่น้ำเนรัญชราสถานที่สำคัญทางศาสนาที่พระศาสดาได้รับการถวายข้าวมธุปายาสพร้อมถาดทองคำจากนางสุชาดา และ พระองค์ได้อธิษฐานจิตเสี่ยงทายหากพระองค์ท่านสามารถตรัสรู้ได้ ขอให้ถาดทองคำลอยทวนสายน้ำ

หลังจากนั้นนำท่านเยี่ยมชม วัดพุทธนานาชาติเช่น วัดไทยพุทธคยา วัดพุทธศรีลังกา วัดพุทธญี่ปุ่น วัดพุทธฑิเบต เป็นต้น อิสระให้ท่านชมสถาปัตยกรรมในการสร้างโบสถ์ วิหารที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละประเทศ

เที่ยง : รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารในโรงแรมในพุทธคยา

หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ท่าอากาศยานนานาชาติเมืองคยา เพื่อนำท่านเดินทางสู่เมืองย่างกุ้ง โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัท … ให้บริการทำการเช็คอินและคอยอำนวยความสะดวกเรื่องสัมภาระของท่าน

14.20 น. : คณะเดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาติเมืองคยา สู่เมืองย่างกุ้ง โดยสายการบิน Myanmar Airways International (8M) เที่ยวบินที่ 8M 602

17.40 น. : คณะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติเมืองย่างกุ้ง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่ร้านอาหารเพื่อรับประทานอาหารเย็น

หลังอาหาร นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก Millenium Hotel หรือเทียบเท่า

6
วันที่หก : ย่างกุ้ง – กรุงเทพฯ

เช้า : รับประทานอาหารเช้าภายในโรงแรมที่พัก

หลังอาหารจากนั้นนำท่านนมัสการ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง(พระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมีย 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพม่า) เป็นเจดีย์ทองคำที่งดงาม ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางเมืองย่างกุ้ง มีความสูง 109 เมตร ประดับด้วยเพชร 544 เม็ด ทับทิม นิล และบุษราคัมอีก 2317 เม็ด มหาเจดีย์ชเวดากองมีทองคำโอบหุ้มอยู่น้ำหนักถึง 1,100 กิโลกรัม โดยช่างชาวพม่า จะใช้ทองคำแท้ตีเป็นแผ่นปิดองค์เจดีย์ไว้รอบ ว่ากันว่าทองคำที่ใช้ในการก่อสร้าง และซ่อมแซมพระมหาเจดีย์แห่งนี้มากมายมหาศาลกว่าทองคำที่เก็บอยู่ในธนาคารชาติอังกฤษเสียอีก รอบๆ ฐานพระมหาเจดีย์รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กๆ นับร้อยองค์ มีซุ้มประตูสี่ด้าน ยอดฉัตรองค์พระมหาเจดีย์ประกอบด้วยเพชรและพลอยมากมาย ภายในองค์พระมหาเจดีย์ได้บรรจุเส้นพระเกศาธาตุของพระพุธเจ้าจำนวน 8 เส้น เป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมีย และยังเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพม่า ซึ่งมีทั้งผู้คนชาวพม่า และชาวต่างชาติพากันสักการะทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างไม่ขาดสาย จากนั้น นำท่านเดินทางนมัสการ เจดีย์โบตะทาวน์ ซึ่งโบตะทาวน์ แปลว่า เจดีย์นายทหาร 1000 นาย ได้สร้างเจดีย์โบตะทาวน์นี้และทรงนำพระเกศธาตุ ไว้ 1 เส้น ก่อนที่จะนำไปบรรจุที่เจดีย์ชเวดากองและเจดีย์สำคัญอื่นๆ เมื่อเดินเข้าไปในเจดีย์สามารถมองเห็นพระเกศาธาตุได้อย่างใกล้ชิดนอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่าชมภายในบริเวณรอบๆเจดีย์ คือ พระพุธรูปทองคำ ประดิษฐานในวิหารด้านขวามือ เป็นพระพุธรูปปางมารวิชัยที่มีลักษณะงดงามยิ่งนัก ตามประวัติว่าเคยประดิษฐานอยู่ในพระราชวังมัณฑะเลย์ ครั้งเมื่อพม่าตกเป็นอาณานิคมอังกฤษในปี พ.ศ. 2428 ถูกเคลื่อนย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์กัลป์กัตตาในอินเดีย ทำให้รอดพ้นจากระเบิดของฝ่ายพันธมิตรที่ถล่มพระราชวังมัณฑะเลย์ ต่อมาในปี 2488 พระพุทธรูปองค์นี้ถูกจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์วิกตอเรียและแอลเบิร์ต และด้านซ้ายมือจะเป็นรูปปั้น นัตโบโบยี หรือ เทพทันใจ ซึ่งชาวพม่ารวมถึงชาวไทยนิยมไปกราบไหว้บูชา ด้วยที่เชื่อว่าเมื่ออธิษฐานสิ่งใดแล้วจะสมปรารถนาทันใจวิธีการสักการะรูปปั้นเทพทันใจ(นัตโบโบจี) เพื่อขอสิ่งใดแล้วสมตามความปราถนาก็ ให้เอาดอกไม้ ผลไม้ โดยเฉพาะมะพร้าวอ่อน กล้วย หรือผลไม้อื่นๆมาสักการะเทพทันใจจะชอบมาก จากนั้นก็ให้เอาเงินจะเป็นดอลล่า บาท หรือจ๊าด ก็ได้ (แต่แนะนำให้เอาเงินบาทดีกว่าเพราะเราเป็นคนไทย) แล้วเอาไปใส่มือของเทพทันใจสัก 2 ใบ ไหว้ขอพรแล้วดึกกลับมา 1 ใบ เอามาเก็บรักษาไว้ จากนั้นก็เอาหน้าผากไปแตะกับนิ้วชี้ของเทพทันใจ แค่นี้ท่านก็จะสมตามความปรารถนาที่ขอ

เที่ยง : บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย : นำท่านสักการะ พระพุทธไสยาสน์เจ้าทัตจี หรือ พระตาหวาน  ซึ่งเป็นพระที่มีความสวยงามอีกองค์หนึ่งของพม่า มีความยาวถึง 70 เมตร แต่เก่าแก่เพียงไม่กี่สิบปีและมีขนาดใหญ่กว่า พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว มีขนตาที่งดงามและดวงตาที่สง่างาม ซึ่งได้ให้ช่างที่ฝีมือการประดิษฐ์ที่ดีที่สุดในพม่าสร้างดวงตาขึ้น  พระบาทมีภาพมงคล 108 ประการและพระบาทซ้อนกันซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทย อย่างไรก็ดี วัดแห่งนี้จัดเป็นศูนย์กลางสำคัญในการศึกษาตำรับตำราทางพระพุทธศาสนา มีพระภิกษุจำพรรษาอยู่มากถึง 600 รูป

16.30 น.  ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ Myanmar Airways เที่ยวบินที่ 8M 331

18.15 น.  เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

—————— ขอบคุณทุกท่านที่ใช้บริการ ——————-

การเดินทางอาจมีปัญหาเฉพาะหน้าขึ้น ผู้บริการขอสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขสับเปลี่ยนรายการตามความจำเป็นและเหมาะสม

แต่จะรักษาผลประโยชน์ของ ท่านตามสิทธิ์ที่มีและจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบก่อนทุกครั้ง

 

อัตราค่าบริการ :
กำหนดการเดินทาง
ผู้ใหญ่
ห้องละ 2-3 ท่าน
1 เด็ก 2 ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง
1 เด็ก 2 ผู้ใหญ่
เด็กไม่มีเตียง
พักเดี่ยวเพิ่ม
 21 -26 พ.ย. 58
19 -24 , 26 – 31 ธ.ค. 58
34,900 34,900 33,900 7,500
5 – 10 ธ.ค. 58
35,900
35,900 34,900 7,500
9 – 14 , 23 – 28 ม.ค. 59

6 – 11 , 20 – 25 ก.พ. 59

12 – 17 , 26 – 31 มี.ค. 59

 34,900 34,900 33,900 7,500

 

ประกาศ  ณ วันที่ 1 มกราคม 2553

เนื่องจากสภาวะน้ำมันโลกที่มีการปรับราคาสูงขึ้น ทำให้สายการบินอาจมีการปรับราคาภาษีน้ำมันขึ้นใน

อนาคตทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์เก็บค่าภาษีน้ำมันเพิ่มตามความเป็นจริง

หมายเหตุ
1.การเดินทางแต่ละครั้งจะต้องมีผู้โดยสารตั้งแต่ 15 ท่านขึ้นไป ถ้าผู้โดยสารไม่ครบตามจำนวนดังกล่าว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเลื่อนการเดินทาง หรือเปลี่ยนแปลงราคา
2.ถ้าท่านมีไฟล์ทการเดินทางต่อ หลังกลับจากทัวร์ กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบ
3.ถ้าท่านมีความประสงค์ที่จะเดินทางเข้าประเทศอินเดีย ภายในระยะเวลาสองเดือนนี้ หลังกลับมา กรุณา แจ้งเจ้าหน้าที่ เพราะมีผลต่อการยื่นวีซ่าท่องเที่ยวอินเดีย

อัตรานี้รวม

  •  ค่าตั๋วเครื่องบิน ชั้นประหยัด ไปกลับ ตามรายการที่ระบุไว้
  •  ค่าโรงแรมที่พักตามรายการที่ระบุ (สองท่านต่อหนึ่งห้อง)
  • ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการที่ระบุ
  • ค่าวีซ่าท่องเที่ยวอินเดีย หนังสือเดินทางไทย
  • ค่าอาหารและเครื่องดื่มตามรายการที่ระบุ
  • ค่ารถรับส่งและระหว่างนำเที่ยวตามรายการที่ระบุ
  • ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งที่มี
  • ค่าค่ามัคคุเทศก์คนไทยและเจ้าหน้าที่ดูแลตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง ท่านละไม่เกิน 1,000,000 บาท ทั้งนี้ย่อมอยู่ ในข้อจำกัดที่มีการตกลงไว้กับบริษัทประกันชีวิต

อัตรานี้ไม่รวม

  • ค่ากระเป๋าเดินทางที่น้ำหนักเกินกว่าที่สายการบินกำหนด 20 กก.ต่อท่าน ส่วนเกินลูกค้าต้องจ่ายเอง
  • ค่าทำหนังสือเดินทาง
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการ เช่น ค่าเครื่องดื่ม,ค่าอาหารที่สั่งเพิ่มเอง,ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีดฯลฯ
  • ค่าทำใบอนุญาตที่กลับเข้าประเทศของคนต่างชาติหรือคนต่างด้าว
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าภาษีบริการหัก ณ ที่จ่าย 3% (กรณีต้องการใบกำกับภาษี)
  • ค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่นและคนขับรถ *อินเดีย วันละ 3USD // พม่า วันละ 3 USD

การยกเลิก
1. สำหรับผู้โดยสารที่ไม่ได้ถือหนังสือเดินทางไทย และทางบริษัทฯเป็นผู้ยื่นวีซ่าให้ เมื่อผลวีซ่าผ่านแล้วมีการยกเลิกการเดินทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่ามัดจำทั้งหมด
2. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วันขึ้นไป คืนเงินทั้งหมด หรือเก็บค่าใช้จ่ายตามจริง
3. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15 วันขึ้นไป เก็บค่าใช้จ่าย ท่านละ 10,000 บาท
4. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 7-14 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาทัวร์
5. ยกเลิกการเดินทางน้อยกว่า 1-6 วัน เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด 100% ของราคาทัวร์
6. ยกเว้นกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาลที่ต้องการันตีมัดจำกับสายการบินหรือค่ามัดจำที่พักโดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้ รวมถึงเที่ยวบินพิเศษเช่น Extra Flight และ Charter Flight จะไม่มีการคืนเงินมัดจำ หรือค่าทัวร์ทั้งหมดเนื่องจากค่าตั๋วเป็นการเหมาจ่ายในเที่ยวบินนั้นๆ

หมายเหตุ
1.ในการจองครั้งแรก มัดจำท่านละ 10,000 บาท หรือทั้งหมด ส่วนที่เหลือชำระก่อนเดินทาง 15 วัน ทำการ พร้อมกับเตรียมเอกสารส่ง ภายใน 2-3 วัน หลังจากทำการจองแล้ว
2.บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
3.บริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายในเหตุการณ์ที่เกิดจากสายการบิน ภัยธรรมชาติ ปฏิวัติและอื่นๆที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรงหรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย, การถูกทำร้าย, การสูญหาย, ความล่าช้า หรือจากอุบัติเหตุต่างๆ
4.หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวจะสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์และจะไม่รับผิดชอบค่าบริการที่ท่านได้ชำระไว้แล้วไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
5.บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการห้ามออกนอกประเทศ หรือ ห้ามเข้าประเทศ อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือเอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ การถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ
6.รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
7.ราคานี้คิดตามราคาตั๋วเครื่องบินในปัจจุบัน หากราคาตั๋วเครื่องบินปรับสูงขึ้น บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะปรับราคาตั๋วเครื่องบินตามสถานการณ์ดังกล่าว
8.กรณีเกิดความผิดพลาดจากตัวแทน หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนมีการยกเลิก ล่าช้า เปลี่ยนแปลง การบริการจากสายการบินบริษัทฯขนส่ง หรือ หน่วยงานที่ให้บริการ บริษัทฯจะดำเนินโดยสุดความสามารถที่จะจัดบริการทัวร์อื่นทดแทนให้ แต่จะไม่คืนเงินให้สำหรับค่าบริการนั้นๆ
9.มัคคุเทศก์ พนักงาน และตัวแทนของบริษัทฯ ไม่มีสิทธิ์ในการให้คำสัญญาใดๆ ทั้งสิ้นแทนบริษัทฯ นอกจากมีเอกสารลงนามโดยผู้มีอำนาจของบริษัทฯ กำกับเท่านั้น
10.หากไม่สามารถไปเที่ยวในสถานที่ที่ระบุในโปรแกรมได้ อันเนื่องมาจากธรรมชาติ ความล่าช้า และความผิดพลาดจากทางสายการบิน จะไม่มีการคืนเงินใดๆทั้งสิ้น แต่ทั้งนี้ทางบริษัทฯจะจัดหารายการเที่ยวสถานที่อื่นๆมาให้ โดยขอสงวนสิทธิ์การจัดหานี้โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
11.ในการยื่นขอวีซ่า เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ทุก ๆ ท่าน กรุณาจัดเตรียมเอกสารให้ครบตามที่ระบุ พร้อมส่งมอบเอกสารประกอบการยื่นวีซ่า ไม่น้อยกว่า 3 อาทิตย์ ก่อนการเดินทาง (ในกรณีที่เอกสารของท่าน ไม่สมบูรณ์ ทางสถานทูตฯ อาจจะปฏิเสธการอนุมัติวีซ่าของท่านได้ และท่านจะต้องเสียค่าธรรมเนียม ใหม่เอง หากต้องการยื่นวีซ่าอีกครั้งหนึ่ง)
12.กรณียื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติวีซ่าจากทางสถานฑูต (วีซ่าไม่ผ่าน) และท่านได้ชำระค่าทัวร์หรือมัดจำมาแล้ว ทางบริษัทฯ คืนค่าทัวร์หรือมัดจำให้ แต่ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักค่าบริการยื่นวีซ่า,ค่าวีซ่า และค่าใช้จ่ายบางส่วนที่เกิดขึ้นจริงเป็นกรณีไป (อาทิ กรณีออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว หรือได้ชำระค่าบริการในส่วนของทางเมืองนอก เช่น โรงแรม ตั๋วรถไฟ ฯลฯ ไปแล้ว) ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักเก็บค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นแล้วกับท่านเป็นกรณีไป
13.กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แจ้งยกเลิกก่อนหรือหลังออกตั๋วโดยสาร บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด

หลักฐานประกอบการยื่นขอวีซ่าประเทศอินเดีย
สำหรับหนังสือเดินทางไทย
1.หนังสือเดินทางมีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน (โดยนับวันเริ่มเดินทางเป็นหลัก หากนับแล้วเกิน 6 เดือนหนังสือเดินทางนี้สามารถใช้ได้ แต่หากนับแล้วต่ำกว่า 6 เดือน ผู้เดินทางจะต้องไปยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ที่กองหนังสือเดินทาง) และจะต้องมีหน้าว่างสำหรับวีซ่าอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 3 หน้า (หากท่านเปลี่ยนหนังสือเดินทางเล่มใหม่ กรุณาเตรียมเล่มเก่าให้ด้วยเนื่องจากประวัติการเดินทางของท่านจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการยื่นคำร้องขอวีซ่า (ท่านที่มีปกหนังสือเดินทางกรุณาถอดออกและไม่จำเป็นต้องส่งให้กับบริษัททัวร์ หากมีการสูญหาย บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อปกหนังสือเดินทางนั้นๆ)
2.รูปสี ขนาด 2 X 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส (ไม่อนุญาตใช้รูปถ่ายด่วน หรือ โพราลอยด์ไม่ใช่สติ๊กเกอร์ หรือรูปพริ้นซ์ จากคอมพิวเตอร์) ไม่มีการตกแต่งภาพถ่ายใดๆทิ้งสิ้น พื้นหลังเป็นสีขาวเท่านั้น เสื้อห้ามเป็นสีขาวที่กลมกลืนกับพื้นหลังขาว หน้าตรง ถ่ายให้ติดจากศีรษะ ลงมาถึงใต้ไหปลาร้า ก่อนถึงหน้าอกและเห็นสัดส่วนใบหน้าเกิน 50% ของรูปถ่าย และไม่ต้องมีกรอบสีขาว
3.รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ทำงาน (ชื่อบริษัท หรือหน่วยงาน พร้อมที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์)
4.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน1 ชุด และสำเนาทะเบียนบ้าน1 ชุด ถ้าเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ใช้สำเนาสูติบัตร
(เอกสารที่เป็นสำเนา กรุณาเซ็นชื่อรับรองสำเนาถูกต้องทุกใบ)

หมายเหตุ การดำเนินการขอวีซ่าหนังสือเดินทางไทยจะต้องใช้เวลาโดยรวมประมาณ 5 วันทำการไม่นับรวมเสาร์-อาทิตย์ ดังนั้นจึงขอความร่วมมือในการจัดเตรียมเอกสารสำหรับการยื่นขอวีซ่าให้ครบถ้วนและสมบูรณ์ โดยส่งให้เจ้าหน้าที่ไม่น้อยกว่า 7 วันทำการ เพื่อทำการกรอกแบบฟอร์มข้อมูลก่อนยื่นวีซ่า ทั้งนี้เพื่อเป็นผลดีและความสะดวกรวดเร็วในการดำเนินการขอวีซ่า
สำหรับหนังสือเดินทางต่างชาติ
1.หนังสือเดินทางมีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน (โดยนับวันเริ่มเดินทางเป็นหลัก หากนับแล้วเกิน 6 เดือนหนังสือเดินทางนี้สามารถใช้ได้ แต่หากนับแล้วต่ำกว่า 6 เดือน ผู้เดินทางจะต้องไปยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ที่กองหนังสือเดินทาง) และจะต้องมีหน้าว่างสำหรับวีซ่าอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 3 หน้า (หากท่านเปลี่ยนหนังสือเดินทางเล่มใหม่ กรุณาเตรียมเล่มเก่าให้ด้วยเนื่องจากประวัติการเดินทางของท่านจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการยื่นคำร้องขอวีซ่า (ท่านที่มีปกหนังสือเดินทางกรุณาถอดออกและไม่จำเป็นต้องส่งให้กับบริษัททัวร์ หากมีการสูญหาย บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อปกหนังสือเดินทางนั้นๆ)
2.รูปสี ขนาด 2 X 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส (ไม่อนุญาตใช้รูปถ่ายด่วน หรือ โพราลอยด์ไม่ใช่สติ๊กเกอร์ หรือรูปพริ้นซ์ จากคอมพิวเตอร์) ไม่มีการตกแต่งภาพถ่ายใดๆทิ้งสิ้น พื้นหลังเป็นสีขาวเท่านั้น เสื้อห้ามเป็นสีขาวที่กลมกลืนกับพื้นหลังขาว หน้าตรง ถ่ายให้ติดจากศีรษะ ลงมาถึงใต้ไหปลาร้า ก่อนถึงหน้าอกและเห็นสัดส่วนใบหน้าเกิน 50% ของรูปถ่าย และไม่ต้องมีกรอบสีขาว
3.รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ทำงาน (ชื่อบริษัท หรือหน่วยงาน พร้อมที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์)
4.ที่อยู่ที่ต่างประเทศ และระบุชื่อบิดา-มารดา
5.กรณีที่ผู้เดินทางถือหนังสือเดินทาอเมริกัน จ่ายค่าวีซ่าเพิ่ม 2,500 บาท สำหรับชาติอื่น จ่ายเพิ่ม 1,500 บาทใช้เวลาทำการดำเนินการยื่นวีซ่าไม่ต่ำกว่า 10 วันทำการ ไม่นับรวมเสาร์-อาทิตย์
6.กรณีที่ผู้เดินทางถือหนังสือเดินทางจีน ใช้เวลาทำการยื่นวีซ่าประมาณ 10-15 วันทำการ ไม่นับรวมวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ และต้องโชว์ตัวที่สถานทูต เพื่อทำการสัมภาษณ์ในช่วงเช้าของวันถัดไปที่ขอยื่นวีซ่าไม่เกิน 11.00 น. หรือตามที่เจ้าหน้าที่สถานทูตนัดหมาย
หมายเหตุ การดำเนินการขอวีซ่าหนังสือเดินทางต่างชาติที่ไม่ได้ระบุตามข้างบน จะต้องใช้เวลาโดยรวมประมาณ 7-10 วันทำการไม่นับรวมเสาร์-อาทิตย์ (ยกเว้น อเมริกา และจีน) ดังนั้นจึงขอความร่วมมือในการจัดเตรียมเอกสารสำหรับการยื่นขอวีซ่าให้ครบถ้วนและสมบูรณ์ โดยส่งให้เจ้าหน้าที่ไม่น้อยกว่า 15-20 วันทำการ เพื่อทำการกรอกแบบฟอร์มข้อมูลก่อนยื่นวีซ่า ทั้งนี้เพื่อเป็นผลดีและความสะดวกรวดเร็วในการดำเนินการขอวีซ่า เนื่องจากตอนนี้สถานฑูตมีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการออกวีซ่าใหม่ หากยื่นไม่ทันจะไม่สามารถเดินทางไปอินเดียได้

เอกสารประกอบในการขอวีซ่าพม่า
- หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือก่อนเดินทางไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
- รูปถ่ายสีหน้าตรง 1.5 – 2 นิ้วเท่านั้น พื้นหลังสีขาวเท่านั้นจำนวน 2 รูป (ไม่ใช่รูปสติกเกอร์)
- ที่อยู่ปัจจุบันหรือที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้
- ที่อยู่ที่ทำงานปัจจุบันและที่อยู่ที่ทำงานเก่า
เงื่อนไขการเก็บเอกสาร และขอยื่นวีซ่า
- ระยะเวลาในการยื่นวีซ่าปกติ 7 วันทำการ
- เอกสารการขอวีซ่า ต้องส่งถึงบริษัท อย่างน้อย 10 วันก่อนการเดินทางไม่รวม เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุด นักขัตฤกษ์
- หาก ยื่นเอกสาร ล่าช้ากว่ากำหนด บริษัทฯจะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการชำระค่าวีซ่าด่วน
- กรณีส่งรูปถ่าย ไม่ถูกต้อง เช่น พื้นหลังเป็นสีฟ้า บริษัทฯจะไม่สามารถดำเนินการยื่นเรื่องวีซ่าให้ได้ เนื่องจากผิดกฎระเบียบ การขอยื่นวีซ่า

You can leave a response, or trackback from your own site.

Powered by WordPress | Designed by: free css template | Thanks to hostgator coupon codes and shared hosting