โปรแกรมทัวร์แนะนำ | อินเดีย | ทัวร์เนปาล | ทัวร์ภูฎาน | ทัวร์พม่า | ทัวร์บาหลี | ทัวร์จีน | ทัวรืฮ่องกง | ทัวร์ลาว
  • Banner 10-14 DEC 15

  • พม่า อินเดีย 4วัน 3คืน

  • พม่า อินเดีย 6วัน 5คืน

  • พม่า-อินเดีย 9วัน 8คืน

  • Banner บาหลี ปีใหม่ 59

  • พม่า ย่างกุ้ง 3วัน 2คืน เช้า-เย็น

  • ภูฏาน 5วัน 4คืน

  • พม่า 4วัน 3คืน PM-PM

  • จางเจียเจี้ย ปีใหม่

เที่ยวพม่ากับปลาดาว ย่างกุ้ง พุกาม มัณฑะเลย์ อินเล 5 วัน 4 คืน

19
สายการบิน
ราคา
City-Airways
.-
วันเดินทาง

มิงกาละบา…. กลับมาเจอกันอีกแล้วจ้ากับน้องปลาดาว ทริปนี้ปลาดาวจะพาทุกท่านได้อิ่มบุญกันอย่างเต็มที่ซึ่ง “พม่า” เรียกว่าเป็นประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง ที่แต่ละปีจะมีชาวไทยเดินทางไปไหว้พระตามสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก อีกทั้งชนชาติพม่าได้ชื่อว่าเป็นชนชาติที่ยังยึดมั่นคำสอนในพระพุทธศาสนาอย่างเหนียวแน่ที่สุดชาติหนึ่งในโลก หลังจากครั้งที่แล้ว ปลาดาวพาทุกท่านไปยัง 3 ใน 5 ของมหาบูชาสถานของพม่า พระมหาเจดีย์ชเวดากอง เมืองย่างกุ้ง / พระธาตุอินทร์แขวน หรือ  พระธาตุเจดีย์ไจก์ถิโย / เจดีย์ชเวมอดอร์ เมืองหงสาวดี ทริปนี้ปลาดาวจะพาไปยังอีก 2 แห่งที่เหลือ นั่นก็คือ มหาเจดีย์ชเวสิกอง เมืองพุกาม และ พระมหามัยมุนี เมืองมัณฑะเลย์ ค่ะ มาติดตามความสนุกและร่วมอิ่มบุญไปกับปลาดาวและสมาชิกกันได้เลยค่ะ

 

วันแรกของการเดินทาง

ทริปนี้เราออกเดินทางกันด้วยสายการบิน บางกอก แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG 701

1

 

หลังจากที่เราเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลกันมาประมาณ 1 ชั่วโมง เราก็เดินทางมาถึงยังสนามบินมิงกลาดง เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า คณะของเราพร้อมออกเดินทางกันแล้วค่ะ

 

2

 

สถานที่แรกที่เรามาเยือนกันนั้นก็คือ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี หรือ พระนอนตาหวาน  มีความยาว 65 เมตร นอนตะแคงขวา (ส่วนขวาของร่างกายติดกับพื้น ) ฝ่าพระบาทมีลายมงคล 108 แสดงความเป็นมหาบุรุษ  พระนอนองค์ปัจจุบันสร้างเมื่อ พ.ศ. 2509 แทนองค์เดิมที่ชำรุดเสียหายที่เรียกว่าพระตาหวาน เนื่องจากทางวัดได้ให้ช่างระบายสีองค์พระใหม่ตลอดเวลาโดยเฉพาะที่พระพักตร์ ทาสีขาวแต้มสีแดงที่พระโอษฐ์ และระบายที่ฟ้าที่เปลือกพระเนตร ทำไห้มีดวงตาที่สวยงามเรียกว่าพระตาหวาน

 

3

 

ที่ต่อไปที่เราไปกัน ก็คือ เจดีย์ โปตาทาวน์ หรือ พระเจดีย์โบตะตอง สร้างโดยทหารพันนายเพื่อบรรจุพระบรมธาตุที่พระสงฆ์อินเดีย 8 รูป ได้นำมาเมื่อ 2,000 ปีก่อน โดยพระเจ้าโอกะลาปะ กษัตริย์มอญทรงบัญชาให้นายทหารระดับแม่ทัพตั้งแถวถวายสักการะแด่พระเกศธาตุ ที่นายวาณิชอัญเชิญมาทางเรือและมาขึ้นฝั่งเมืองตะเกิงหรือดากอง ณ บริเวณนี้ จึงสร้างเจดีย์โบตาทาวน์ไว้เป็นที่ระลึก และในปี 2486 เจดีย์แห่งนี้ถูกระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรเข้ากลางองค์จึงพบโกศทองคำบรรจุพระเกศาธาตุและพระบรมธาตุอีก 2 องค์ และพบพระพุทธรูปทอง เงิน สำริด 700 องค์ และจารึกดินเผาภาษาบาลี และตัวหนังสือพราหมณ์อินเดียทางใต้ ต้นแบบภาษาพม่า  และได้มีการบูรณะใหม่แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2496 จึงนำพระเกศธาตุมาบรรจุในมณฑปครอบแก้วใส ประดิษฐาน ณ ใจกลางเจดีย์ และทำช่องทางให้พุทธศาสนิกชนเดินเข้าไปดูและสักการบูชาได้อย่างใกล้ชิด

เทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี เป็นเทพผู้ปกปักรักษาและบันดาลโชค  โดยวิธีการสักการะรูปปั้นเทพทันใจ  เพื่อขอสิ่งใดแล้วสมตามความปราถนาก็ให้นำดอกไม้ ผลไม้ โดยเฉพาะมะพร้าวอ่อน กล้วย หรือผลไม้อื่นๆมาสักการะ เทพทันใจ จะชอบ จากนั้นก็ให้เอาเงินใส่ไปในมือของเทพทันใจสัก 2 ใบ แล้วไหว้ขอพรจากนั้นให้ดึกกลับมา 1 ใบ เอามาเก็บรักษาไว้ แล้วก็เอาหน้าผากไปแตะกับนิ้วชี้ของเทพทันใจ แค่นี้ก็จะสมตามความปราถนาตามที่ขอไว้

 

4

ทานอาหารกลางวัน เป็ดปักกิ่ง สลัดกุ้งมังกร

5

 

เราก็เดินทางกันมาที่ เจดีย์กาบาเอ เป็นเจดีย์ทรงกลม ซึ่งมีทางเข้าทั้งหมดห้าด้าน ที่นายอูนุนายกคนแรกของพม่า สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่ชำระพระไตรปิฎก เป็นที่แปลกตาอีกแห่งหนึ่ง และมีความสวยงามเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะด้านใน คำว่ากาบาเอ ในภาษาพม่า หมายถึง โลกแห่งสันติสุข สร้างขึ้นในปี 1952 เจดีย์แห่งนี้เป็นที่รำลึกถึงการประชุมประสภาสงฆ์ระดับโลก ครั้งที่ 6 เพื่อให้บังเกิดสันติสุขแก่ชาวโลกของพุทธศาสนา ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในปี 1954 วันนี้เรามีโอกาสได้เข้ามาทำพิธีบูชาพระบรมสารีริกธาตุด้านในด้วย ซึ่งปกติถ้าเราไม่ได้ติดต่อไว้ก่อนจะไม่มีโอกาสได้เข้ามานะคะ แต่ไกด์ของเราเส้นใหญ่ จึงเป็นโอกาสที่ดีของคณะเราค่ะหลังจากทานข้าวเรียบร้อยแล้ว

 

6

 

ออกจากเจดีย์กาบาเอแล้ว เราก็เดินทางมายัง พระมหาเจดีย์ชเวดากอง ซึ่งถ้ามาพม่าแล้วไม่ได้มานมัสการพระมหาเจดีย์ชเวดากอง ถือว่ามาไม่ถึงพม่านะคะ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง ตามตำนาน เจดีย์ชเวดากองนั้นสร้างเมื่อ 2,500 ปีที่แล้ว แต่นักโบราณคดีเชื่อกันว่าสร้างระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 6-10 โดยชาวมอญ ตามตำนานนั้นเริ่มจากว่า มีพี่น้องพ่อค้า 2 คน ได้ไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า พระองค์จึงประทานพระเกศามา 8 เส้น สำหรับให้พ่อค้าทั้งสองรับไว้บูชา

 

7

 

วันนี้เรามาทานอาหารค่ำกันที่เรือการะเวกค่ะ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลน์ของที่นี่ ใครมาก็ต้องมาทานอาหารกันที่นี่ค่ะ มีโชว์พื้นเมืองแสดงให้ดูด้วย

 

8

 

หลังจากอิ่มหนำสำราญกันเรียบร้อยแล้ว คณะของเราก็เดินทางกลับมายังที่พัก YUSANA HOTEL ห้องพักสะอาดสะอ้าน น่านอนเป็นที่สุด วันนี้ปลาดาวขอตัวไปอาบน้ำนอนก่อนนะคะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว

 

วันที่สองของการเดินทาง

อรุณสวัสดิ์ยามเช้าค่ะ วันนี้คณะของเราต้องตื่นนอนแต่เช้า เพราะวันนี้เราจะต้องบินไปยังเมืองพุกามกันแต่เช้า ด้วยสายการบิน KBZ เครื่องออก 06.30 น. เช้าเวอร์ๆค่ะ ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ทางสายการบินมีอาหารเช้าแจกให้ทานด้วย น่าทานมั้ยคะ

 

9

ขนมปังไส้ทูน่ามายองเนสกับครีมโรลช็อคโกแลต บวกกับชาร้อนอร่อยๆ ทำให้สดชื่นได้เหมือนกันนะคะ

10

 

ถึงเมืองพุกามแล้วจ้า ที่แรกที่เราเดินทางมาเที่ยวก็คือ ตลาดสดเมืองพุกาม มีของขายไม่เยอะเท่าไร ปลาดาวได้แต่เดินดู ไม่ไม่ซื้ออะไรเลย

 

11

 

และที่ต่อมาที่เราเดินทางมาเยือน นั่นก็คือ พระมหาเจดีย์ชเวสิกอง 1 ใน 5 มหาบูชาสถานของพม่า เป็นเจดีย์ใหญ่ สวยงาม ศักดิ์สิทธิ์และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศพม่า เป็นที่เคารพนับถือของทั้งชาวพม่าและชาวไทย ตั้งอยู่ที่เมืองพุกาม โดยชื่อ “ชเวสิกอง” มีหมายความว่า “เจดีย์ทองแห่งชัยชนะ” (ชเว = ทอง) สร้างโดย พระเจ้าอโนรธามังช่อ แต่แล้วเสร็จในรัชกาลพระเจ้าจานสิตาแห่งอาณาจักรพุกาม ราว 960 ปีก่อน ภายในเจดีย์เชื่อว่าบรรจุพระเขี้ยวแก้วและพระสารีริกธาตุ โดยอัญเชิญมาจากลังกา บนหลังช้างเผือก พระเจ้าอโนรธามังช่อได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า ถ้าช้างเผือกคุกเข่าลงที่ใด จะสร้างเจดีย์ไว้ที่นั่น เจดีย์ชเวสิกองถูกบูรณะในสมัยต่อมาอีกหลายครั้ง เจดีย์ชเวสิกองเป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำพื้นผิวภายนอกถูกปิดด้วยทองคำเปลว ปัจจุบันมีความสูงราว 53 เมตร หรือ 160 ฟุต มีลวดลายปูนปั้นอยู่ 3 แถว และมีเจดีย์เล็ก ๆ เป็นบริวารอยู่รายรอบ

 

12

 

ทางด้านหน้าของพระมหาเจดีย์ชเวสิกอง จะมีบ่อน้ำเล็กๆให้ส่องไปชมความงามของเจดีย์ เนื่องจากเมื่อในสมัยก่อน ไม่อนุญาตให้คนทั่วๆไปเงยหน้าไปมองเจดีย์ได้ ต้องจ้องมองในบ่อน้ำนี่เท่านั้น

 

13

วิหารมนูหะ

14

วิหารทิโลเมนโล

 

15

ได้เวลารับประทานอาหารกลางวันกันแล้วจ้า หิวๆๆๆๆ

16

ทานข้าวเรียบร้อยแล้ว คณะเราเดินทางกันมาที่ วิหารธรรมยันจี (DHAMMAYANGYI) เป็นวิหารที่สร้างขึ้นโดยพระเจ้านระธู(Narathu) เพื่อล้างบาปจากการทำปิตุฆาต คือฆ่าบิดา (การฆ่าบิดา มารดา นั้นถือว่าเป็นอนันตกิริยกรรม คือ เป็นกรรมหนักจะต้องตกนรกอเวจี)  เพราะพระองค์เกิดความปริวิตกว่าบาปจากกระทำปิตุฆาตนั้นใหญ่หลวงและจะติดตามพระองค์ไปในชาติภพหน้า วิหารแห่งนี้ยิ่งใหญ่แต่มีที่มาจากตำนานอันโหดร้ายและเสมือนเป็นตัวแทนของตำนานความโหดร้ายผิดบาปที่เล่าขานต่อกันมาจนปัจจุบัน

17

จากนั้น คณะของเราก็เดินทางมายัง วิหารอนันดา สร้างขึ้นโดยกษัตริย์จันสิทธะ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนภูเขา นันทมูล บนเทือกเขาหิมาลัยอันเนื่องมาจากการจาริกแสวงบุญมายังดินแดนพุกามของพระอรหันต์ 5 รูปเหล่าพระอรหันต์ได้ทูลเล่าถึงลักษณะวัดในอิเดียถวายพระเจ้าจันสิทธะ  พระองค์ทรงพอพระทัยมาก  จึงได้ดำรัสให้ก่อสร้างวัดขึ้นตามลักษณะที่เหล่าพระอรหันต์ได้พรรณา  แล้วตั้งชื่อว่าวัดอนันดา  ตามชื่อถ้ำที่พระอรหันต์ทั้ง 5 องค์อาศัยอยู่

วิหารอนันดานี้ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นเพชรเม็ดงามแห่งสถาปัตย์ของพุกาม  เพราะถือว่าเป็นสุดยอดพุทธศิลป์สกุลพุกาม   ตัววิหารทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ใหญ่โตสง่างาม  มีมุขเด็จยื่นออกไปทั้งสี่ด้าน  หากดูตามผังลักษณะจะเหมือนกับไม้กางเขนแบบกรีก  ภายในวิหารมีพระพุทธรูปยืนที่แกะสลักด้วยไม้สัก  ประดิษฐานอยู่ทั้งสี่ทิศ  ผลงานฝีมือของช่างพม่าชั้นสูงที่ทำช่องให้แสงส่องสว่างเฉพาะองค์พระพุทธรูปซึ่งพระพักตร์ของพระองค์นั้นมีรอยยิ้มเปี่ยมเมตตา  สร้างความน่าเลื่อมใสแก่ผู้ไปสักการะ

18

เจดีย์สัพพิญญู เป็นเจดีย์ที่มีความสูงที่สุดในเมืองพุกามความสูงทั้งสิ้นประมาณ 61 เมตร  สร้างขึ้นตามศิลปะแบบปาละของอินเดีย   ก่อสร้างขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 1687  โดยกษัตริย์อลองสิตธู  (King Alaungsithu)  โดยแบ่งลักษณะของเจดีย์ออกเป็นระดับจำนวน 5 ชั้น  ทั้งเป็นวิหารและเจดีย์ส่วนลานชั้นสามของเจดีย์นั้น  เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายรูปทิวทัศน์โดยรวมของเมืองพุกามตามนิตยสารต่างๆ  ที่ถ่ายกันบนลายเจดีย์สัพพิญญูนี้เอง

19

จากนั้น เราก็เดินทางมายัง เจดีย์ชเวชันดอ ซึ่งเจดีย์ชเวชันดอนี้เป็นสถานที่เหมาะสำหรับการชมทุ่งเจดีย์อีกแห่งหนึ่งของพุกามยามอาทิตย์อัสดงจะได้เห็นภาพหมู่เจดีย์สุดลูกหูลูกตา ที่ต้องแสงสีแดงอ่อนแห่งยามเย็นอย่างงดงาม

20

จากนั้น เราก็ล่องเรือชมความงามของแม่น้ำอิระวดี

21

หลังจากเที่ยวกันมาเหนื่อยทั้งวันแล้ว เราก็ได้เวลาอาหารเย็น อาหารเย็นวันนี้อร่อยมากแถมยังมีโชว์หุ่นกระบอกให้ชมกันด้วย

22

มาถึงที่พักกันแล้ว วันนี้เราพักกันที่ ARTHAWKA HOTEL BAGAN ห้องพักกว้างมาก มีสระว่ายน้ำด้วย ที่สำคัญ Wifi แรงเวอร์ๆค่ะ ชอบจริงๆเลย วันนี้ปลาดาวก็ขอตัวไปทำภารกิจก่อนนะคะ…ฝันดีค่ะ

วันที่สามของการเดินทาง

Morning ค่ะทุกคน เช้านี้อากาศดีจังเลย วันนี้เราต้องออกเดินทางจากเมืองพุกามไปยังเมืองมัณฑะเลย์ โดยสาบการบิน KBZ เหมือนเดิมจ้า ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 30 นาทีเอง

23

ที่แรกที่เรามาก็คือ วัดมหากันดายง เป็นวิทยาลัยสงฆ์ที่ใหญ่ที่สุดของพม่า มีภิกษุและสามเณรมาศึกษาเล่าเรียนทางธรรมกว่า 1,200 คน และมีพระภิกษุจาก ยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น ฯลฯ มาบวชเรียนด้วย วิทยาลัยสงฆ์แห่งนี้เป็นสถานที่ศึกษาพระธรรมและรักษาพระธรรมวินัยมากที่สุด ด้วยวัตรปฎิบัติอันงดงามของภิกษุสงฆ์ในวัดมหากันดายง ทำให้มีชาวพม่าจำนวนมากส่งบุตรหลานมาศึกษาพุทธศาสนากันที่นี่ มีพระเยอะมากจริงๆค่ะ สอบถามมาตอนนี้มีพันกว่ารูปแล้ว

24

คณะเรามาต่อกันที่ สะพานอูเบ็ง เป็นสะพานที่ยาวถึง 2 กิโลเมตร ทอดข้ามทะเลสาบตองตะมาน ทางตอนใต้ของเมืองอมรปุระ มุ่งตรงไปสู่เจดีย์เจ๊าต่อจี อยู่อีกฟากหนึ่งของทะเลสาบ พระเจ้าปุดงโปรดฯให้ขุนนางนามว่า “อูเบ็ง” เป็นแม่กองงานสร้างสะพานแห่งนี้ โดยใช้ไม้สักที่รื้อจากพระราชวังเก่าแห่งกรุงอังวะจำนวน 1,208 ต้น

25

ได้เวลาอาหารกลางวันกันแล้วจ้า

26

หลังจากอิ่มอร่อยกับอาหารกลางวันกันแล้ว เราก็มาต่อกันที่ พระราชวังมัณฑะเลย์ กันค่ะ เป็นพระราชวังในประเทศพม่า และเป็นพระราชวังสุดท้ายแห่งระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของพม่า ก่อนที่จะถูกทำลายโดยทหารอังกฤษ ในยุคสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นพระราชวังที่สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง ได้ชื่อว่ามีความงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปเอเชีย มีคูน้ำรอบพระราชวังและประตูที่ยิ่งใหญ่ และเป็นพระราชวังที่สุดท้ายของพระเจ้าธีบอ กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์คองบองและในประวัติศาสตร์พม่า เมื่ออังกฤษเข้ายึดครองพม่าในสงครามโลกครั้งที่สอง ทางอังกฤษคิดว่าพระราชวังนี้เป็นแหล่งซ่องสุมของทหารญี่ปุ่น จึงได้ทำลายพระราชวังเสียด้วยการทิ้งระเบิดจากเครื่องบินในวันที่ 20 มีนาคม ค.ศ. 1945 พระราชวังตกอยู่ในความเสียหายมาโดยตลอด จนปัจจุบันได้รับการบูรณะโดยรัฐบาลพม่า โดยการลอกแบบโครงสร้างเดิม และเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของมัณฑะเลย์

27

28

จากนั้น คณะเราเดินทางมาที่ วัดกุโสดอร์ ความสำคัญของวัดนึ้คือเป็นสถานที่เก็บพระไตรปิฎกฉบับสังคายนาครั้งที่ 5  ซึ่งถือเป็นการสังคายนาครั้งแรกในรอบ 2,000 ปีในสมัยของพระเจ้ามินดง  โดยได้จารึกเป็นอักษรพม่าที่ถอดความมาจากภาษาบาลีไว้บนแผ่นหินขนาดใหญ่ 729 แผ่น  แต่ละแผ่นจะอยู่ในครอบมณฑปซึ่งตั้งอยู่โดยรอบวัด

29

สถานที่สุดท้ายสำหรับวันนี้ก็คือ มัณฑะลย์ ฮิลล์ เป็นสถานที่ชมวิว 360 องศา มาเย็นๆแบบนี้เราก็ต้องมารอชมพระอาทิตย์ตกดินกันค่ะ สวยไหมคะ

30

อาหารเย็นวันนี้เป็นร้านอาหารไทยค่ะ เจ้าของร้านเป็นคนไทย อาหารอร่อยถูกปากคนไทยอย่างเราๆแน่นอน

31

คืนนี้เราพักกันที่นี่ค่ะ GREAT WALL HOTEL ห้องพักกว้างขวาง สะอาดดีค่ะ เหมาะแก่การพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง เพราะวันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว พรุ่งนี้ยังต้องตื่นเช้าไปล้างหน้าพระมหามัยมุนีแต่เช้าอีก วันนี้ปลาดาวคงต้องขอตัวไปนอนก่อนนะ….ฝันดีค่ะทุกคน

วันที่สี่ของการเดินทาง

ฟิ้วววว……ยังไม่อยากตื่นเลยค่ะ แต่ก็ต้องตื่นมาตั้งแต่ตีสองครึ่งเพื่อล้างหน้า แปรงฟันเตรียมตัวไปเข้าร่วมพิธีล้างหน้าพระมหามัยมุนี เพราะถ้าไปสายได้อยู่หลังๆแน่เลยค่ะ คณะเราออกเดินทางกันตั้งแต่ตีสาม ไปถึงเป็นคณะแรกเลย ชนะเลิศ

32

พระมหามัยมุนี หรือ  พระมหาเมี๊ยะมู่นี่  อันมีความหมายว่า  พระผู้เป็นที่เคารพสูงสุด หรือ “ผู้รู้อันประเสริฐสุด ซึ่งนับเป็นหนึ่งในห้าแห่ง  เบญจมหาบูชาสถาน อันมีความสำคัญสูงสุดของประเทศพม่า  ตำนานได้กล่าวไว้ว่า สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดยกษัตริย์แห่งเมืองยะไข่  องค์พระทำจากทองสัมฤทธิ์ สูง 12 ฟุต 7 นิ้ว ก่อนสร้าง พระกษัตริย์ผู้สร้างทรงพระสุบินว่า พระพุทธเจ้าเสด็จมาประทานพรให้พระพุทธปฏิมาองค์นี้ เป็นตัวแทนของพระองค์ เพื่อเป็นเครื่องสืบพระศาสนาไปในภายหน้า  โดยในอดีต แม้เมืองยะไข่จะถูกโจมตีโดยกษัตริย์ผู้ทรงแสนยานุภาพอย่างไร ก็ไม่อาจที่จะเคลื่อนย้ายองค์พระมหามัยมุนีนี้ออกจากเมืองได้ ต้องมีเหตุให้ขัดข้องทุกครั้งไป จนมาถึงรัชสมัยของพระเจ้าปดุง ยกทัพมาตีเมืองยะไข่ได้  และคราวนี้ สามารถอัญเชิญพระมหามัยมุนีออกจากยะไข่ได้ โดยล่องมาตามแม่น้ำอิระวดีมายังเมืองมัณฑเลย์ได้สำเร็จ  พระมหามัยมุนีอันศักดิ์สิทธิ์ จึงได้ย้ายมาอยู่ที่เมืองมัณฑเลย์เป็นการถาวรนับแต่นั้นเป็นต้นมา

หลังจากเสร็จพีธีล้างหน้าพระมหามัยมุนีแล้ว เราเดินทางกลับมารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม จากนั้น ออกเดินทางไปยังสนามบินเพื่อเดินทางไปต่อยังเมืองเฮโฮ

33

มาถึงแล้วค่ะ ท่าเรือเพื่อที่เราจะล่องเรือไปยังทะเลสาบอินเล ดูท่าทางแล้วจะร้อนน่าดู

34

อาหารกลางวันตามแบบฉบับชาวรัฐฉาน อร่อยๆๆๆๆ

35

หลังจากทานข้าวเรียบร้อยแล้ว เราก็ข้ามฝั่งมายัง วัดพระบัว เข็ม เป็นหนึ่งในห้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวพม่าที่ชาวพุทธนิยมเดินทางไปกราบไหว้ ขอพร ประดิษฐานอยู่ที่วัดผ่องดออู บริเวณริมทะเลสาบอินเล ประเทศพม่า ชาวพุทธไทยไปกราบไหว้ขอพรแล้วประสบความสำเร็จ จึงขออนุญาตทางวัดนี้ เพื่อสร้างองค์พระบัวเข็มจำลองมาประดิษฐานที่เมืองไทย ตามความเชื่อ ของชาวพม่า การสร้างพระบัวเข็มจำลอง จะต้องทำจากต้นโพธิ์ที่มีอายุ 100 ปี ขึ้นไป ซึ่งยืนต้นแห้งเองไปตามธรรมชาติ เมื่อสร้างเสร็จจะนำพระบัวเข็ม ประดิษฐานบนเรือการะเวก ซึ่งมีรูปร่างเหมือนนกการะเวก ล่องเรือไปกลางทะเลสาบอินเล โดยเลือกวันพระขึ้น 15 ค่ำ ประกอบพิธีบวงสรวงเทพยดา พุทธาภิเษก ซึ่งมีทั้งพระสงฆ์พม่าและพระสงฆ์ไทย เจริญพระพุทธมนต์ และเจริญจิตตภาวนา

36

37

38

วัดแมวกระโดด

39

วิวทะเลสาบอินเลยามเย็น

40

ได้เวลาทานอาหารเย็นกันแล้วจ้า มื้อนี้อร่อยสุดๆ อาหารก็เยอะมากๆเลย……อิ่มแปล้

41

ถึงที่พักแล้วจ้า MAY HAW NAN HOTEL บรรยากาศรีสอร์ท เหมาะแก่การพักผ่อน แต่รีสอร์ทนี้ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกนะคะ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนจริงๆ

วันที่ห้าของการเดินทาง

อรุณสวัสดิ์ยามเช้าค่ะ วันนี้สบายๆไม่ต้องรีบเร่งสักเท่าไร ทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้วเราก็ออกเดินทางไปเที่ยวตลาดเช้าของเมืองอินเลกันค่ะ เรามาวันนี้โชคดีมากเพราะเจอตลาดวนพอดีเลยได้มีโอกาสสัมผัสกับวิถีชีวิตชาวบ้านอย่างใกล้ชิด

42

บรรยากาศตลาดยามเช้า

ได้เวลากลับย่างกุ้งกันแล้วจ้า

43

ได้เวลาหม่ำอาหารกลางวันอีกแว้วววว

44

ตลาดสก็อต

45

ปางช้างเผือก

จากนั้น ก็ได้เวลาเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์กันแล้วล่ะค่ะ

46

เดินทางกลับถึงสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

จบไปอีก 1 ทริปอิ่มบุญ อิ่มบุญอิ่มใจ 18 วัดกันเลยทีเดียว ได้ทั้งบุญ ได้ทั้งความสนุก และที่ติดตัวมาเลยก็คือ ความดำ นั่นเอง (ตากแดดแรงๆที่พม่าทุกวัน ตัวดำปี๋ อิอิ) ไว้ครั้งหน้าปลาดาวจะพาทุกท่านไปเที่ยวที่ไหนกันอีก ก็ต้องคอยติดตามชมกันนะคะ วันนี้ปลาดาวต้องลาไปก่อนแล้ว…..แล้วเจอกันคอลัมน์หน้าค่ะ

^^ ปลาดาวลั้นลา ^^

You can leave a response, or trackback from your own site.

Powered by WordPress | Designed by: free css template | Thanks to hostgator coupon codes and shared hosting