โปรแกรมทัวร์แนะนำ | อินเดีย | ทัวร์เนปาล | ทัวร์ภูฎาน | ทัวร์พม่า | ทัวร์บาหลี | ทัวร์จีน | ทัวรืฮ่องกง | ทัวร์ลาว
  • Banner 10-14 DEC 15

  • พม่า อินเดีย 4วัน 3คืน

  • พม่า อินเดีย 6วัน 5คืน

  • พม่า-อินเดีย 9วัน 8คืน

  • Banner บาหลี ปีใหม่ 59

  • พม่า ย่างกุ้ง 3วัน 2คืน เช้า-เย็น

  • ภูฏาน 5วัน 4คืน

  • พม่า 4วัน 3คืน PM-PM

  • จางเจียเจี้ย ปีใหม่

มิงกะลาบา ……. ดินแดนแห่งวัฒนธรรม

รูปตักบาตรไจ้คะวาย
สายการบิน
ราคา
City-Airways
.-
วันเดินทาง

 

มิงกะลาบา ……. ดินแดนแห่งวัฒนธรรม

ถ้าพูดถึงวัฒนธรรมที่มีความดั้งเดิมและยังคงรักษาวัฒนธรรมนั้นได้อย่างยาวนาน คงจะไม่พ้นสำหรับประเทศพม่านี้ เพราะสิ่งที่ทำกันมาตั้งแต่สมัยก่อนในสมัยที่โลกได้พัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ ประเทศนี้ก็ยังคงรักษาความเป็นตัวของตัวเองไว้ได้และเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์กับประเทศไทยดั่งพี่ดั่งน้อง ตลอดมานั้น 

รูปบทนำ

 

กระผมจะขอนำทุกท่านไปยังประเทศพม่ากันครับ

ขอกล่าวประวัติความเป็นมาและข้อมูลทั่วไปของประเทศพม่าให้ทุกท่านได้ทราบกัน

พม่า หรือ เมียนม่า มีชื่อทางการว่า สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า หรือ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียน เป็นรัฐเอกราชในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพรมแดนติดกับอินเดีย บังกลาเทศ จีน ลาว และไทย หนึ่งในสามของพรมแดนพม่าที่มีความยาว 1,930 กิโลเมตรเป็นแนวชายฝั่งตามอ่าวเบงกอลและทะเลอันดามัน ด้วยพื้นที่ 676,578 ตารางกิโลเมตร ประเทศพม่าเป็นประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 40 ของโลก และใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พม่ายังเป็นประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับที่ 24 ของโลก โดยมีประชากรกว่า 60.28 ล้านคน นับแต่ได้รับเอกราชใน พ.ศ. 2491 ประเทศพม่าเผชิญกับหนึ่งในสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อที่สุดท่ามกลางกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีอยู่มากมายซึ่งยังแก้ไม่ตก ตั้งแต่ พ.ศ. 2505 ถึง 2554 ประเทศพม่าอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการทหาร คณะผู้ยึดอำนาจการปกครองถูกยุบอย่างเป็นทางการใน พ.ศ. 2554 หลังการเลือกตั้งทั่วไปใน พ.ศ. 2553 และมีการตั้งรัฐบาลพลเรือนในนามแทน แต่ทหารยังมีอิทธิพลอยู่มาก

 

สกุลเงิน

สกุลเงินของประเทศพม่า คือ จัต (Kyat) อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 26 จัต ต่อ 1 บาท

 

ภาษา

นอกจากภาษาพม่า ซึ่งเป็นภาษาราชการแล้ว พม่ามีภาษาหลักที่ใช้งานในประเทศถึงอีก 18 ภาษา โดยแบ่งตามตระกูลภาษาได้ดังนี้ตระกูลภาษาออสโตรเอเชียติก ได้แก่ ภาษามอญ ภาษาปะหล่อง ภาษาปะลัง (ปลัง) ภาษาปะรวก และภาษาว้าตระกูลภาษาซิโน-ทิเบตัน ได้แก่ ภาษาพม่า (ภาษาราชการ) ภาษากะเหรี่ยง ภาษาอารากัน (ยะไข่) ภาษาจิงผ่อ (กะฉิ่น) และ ภาษาอาข่าตระกูลภาษาไท-กะได ได้แก่ ภาษาไทใหญ่ (ฉาน) ภาษาไทลื้อ ภาษาไทขึน ภาษาไทคำตี่ มีผู้พูดหนาแน่นในรัฐฉาน และรัฐกะฉิ่น ส่วนภาษาไทยถิ่นใต้ ภาษาไทยกลาง และภาษาไทยถิ่นอีสาน มีผู้พูด ในเขตตะนาวศรี ตระกูลภาษาม้ง-เมี่ยน ได้แก่ ภาษาม้งและภาษาเย้า (เมี่ยน) ตระกูลภาษาออสโตรนีเชี่ยน ได้แก่ ภาษามอเกนและภาษามาเลย์ ในเขตตะนาวศรี

 

ศาสนา

พม่าบัญญัติให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติใน พ.ศ. 2517 เพราะมีผู้นับถือศาสนาพุทธ 92.3% ศาสนาคริสต์ 4% ศาสนาอิสลาม 3% ศาสนาฮินดู 0.7%

 

เป็นยังไงบ้างครับสำหรับข้อมูลทั่วไปของประเทศพม่า สำหรับ ณ ตอนนี้ผมจะนำทุกท่านไปยังสถานที่ท่องเที่ยวในพม่ากันครับ

รูปบนเครื่อง

รูปอาหารบนเครื่อง

สำหรับทริปนี้เราเดินทางโดยสายการบิน Myanmar Airways [8M] ไฟลท์ที่เราจะไป เป็นไฟล์เย็นครับ เวลา 19.20 น. แต่ต้องมาก่อนเวลา 2 ชั่วโมงเพื่อมา Check in กัน เราใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 45 นาที ก็จะถึงสนามบินครับ

รูปโรงแรม Yuzana

รูปอาหารที่ Western park

หลังจากลงสนามบิน  แล้วเราก็เดินทางไปยังในตัวเมืองย่างกุ้งกันครับ โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 45 นาทีครับผมจากสนามบิน สถานที่แรกที่เราไปคือ ร้านอาหาร Western park เป็นร้านที่มีสลัดกุ้งมังกรครับ โรงแรม Yuzana Hotel พักผ่อน แล้วตอนเช้าค่อยไปเที่ยวกัน พรุ่งนี้เราต้องขึ้นพระธาตุอินทร์แขวนกันครับ เลยต้องเตรียมกระเป๋าใบเล็กๆเพื่อไปยังข้างบน เพราะต้องถือกระเป๋าเดินยังโรงแรมครับ

รูปชเวมอดอร์ มุเตา

อรุณสวัสดิ์ยามเช้า วันนี้เป็นวันที่อากาศดี ฟ้าครึ้มๆ แต่ฝนไม่ตกนะครับ เพราะพม่า ถือว่าร้อนมากเลยครับ เราจะเดินทางไปเมืองหงสาวดีกันครับ โดยใช้เวลา ชั่วโมงเศษๆ สถานที่แรกที่เราจะไปคือ เจดีย์ ชเวมอดอ หรือ พระธาตุมุเตา เจดีย์นี้ถือเป็นเจดีย์ที่ยิ่งใหญ่และสำคัญรองลงมาจากเจดีย์ชเวดากองก็ว่าได้เลย เป็นเจดีย์โบราณที่ก่อสร้างมาตั้งแต่สมัยมอญเรืองอำนาจ พระมหาธาตุเจดีย์ชเวมอดอ มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ใช้เป็นที่ทำพระราชพิธีเจาะพระกรรณของพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้เมื่อครั้งพระองค์ขึ้นครองราชย์ใหม่ ๆ

รูปตักบาตรไจ้คะวาย รูปอาหารเจ้าสัว

 

ตอนนี้เวลาก็ใกล้เที่ยงแล้ว ก่อนที่เราจะไปทานข้าวกัน ก็ได้แวะตักบาตร ที่วัด ไจ้คะวาย ซึ่งที่นี้จะมีข้าวให้นักท่องเที่ยวได้ตักบาตรกันครับ และถ้าใครสนใจถวายปัจจัยในการซื้อข้าว หรือ บำรุงวัด ก็แล้วแต่ท่านจะศรัทธากันครับตอนนี้เวลาก็เลยเที่ยงไปเล็กน้อย ก็ได้ไปรับประทานอาหารกลางวันกันที่ร้านอาหาร เจ้าสัว ซึ่งถือได้ว่าเป็นร้านที่ดีที่สุดของเมืองหงสาวดีเลยก็ว่าได้ ช่วงที่เราไปรับประทานได้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเลยครับ เลยต้องใช้เวลานานหน่อย อาหารที่นี้อร่อยเลยทีเดียวครับ มีกุ้งแม่น้ำ มีปลา อาหารจะคล้ายอาหารไทยเลยครับ

รูปพระราชวังบุเรงนอง

จากนั้นเราก็เดินทางไปยัง พระราชวังบุเรงนองกันครับ เป็นพระราชวังแห่งเมืองหงสาวดีของพระเจ้าบุเรงนอง เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ ซึ่งในช่วงนั้นรุ่งเรืองอย่างมาก

รูปรถขนหมู

 

ถึงเวลาเราก็ได้เดินทางไปยัง พระธาตุอินทร์แขวนกัน โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จากเมืองหงสาวดี เราก็ถึงประมาณ 16.00 น. ถึง ณ จุดนี้ ต้องเปลี่ยนรถกันครับ เป็นรถ 6 ล้อกระบะกัน เราเรียกกันว่า รถขนหมู ซึ่งจากตีนเขาไปถึงจุดจอดรถใช้เวลา 1 ชั่วโมงครึ่งโดยประมาณ และเราก็ต้องเดินกันไปยังโรงแรม yoe yoe le ประมาณ 15 นาที แต่ก่อนที่เราจะถึงโรงแรม ก็ได้แวะรับประทานอาหารที่โรงแรม Kyto hotel ก่อนครับ อาหารที่นี้จะเป็นอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ ต่างๆหลายรายการครับ

รูปพระธาตุอินทร์แขวน

เมื่อทานข้าวเย็นอิ่มกันแล้วก็เดินทางไปยัง โรงแรมที่เราจะพักกัน ซึ่งจะอยุ่ใกล้กับพระธาตุอินทร์แขวนที่สุดครับ เราจะพักที่โรงแรม Yoe Yoe le จำนวน 1 คืน เก็บของ เปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นไปยังพระธาตุกัน ลักษณะเด่นของพระธาตุอินทร์แขวนคือ มีลักษณะเป็นก้อนหินสีทองขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่ เหมือนจะหล่นและท้าทายแรงดึงดูดของโลกโดยไม่ตกลงมาอย่างเหลือเชื่อ พระธาตุอินทร์แขวนนับเป็น 1ใน 5 มหาบูชาสถาน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพม่าต้องไปสักการะ และตามความเชื่อล้านนาเชื่อว่าเป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีจอ (ปีหมา) ที่คนเกิดปีนี้ต้องไปนมัสการสักครั้งหนึ่งในชีวิตครับฝันดีครับทุกๆท่าน

รูปอาหารเช้าที่ yoe yoe le

ณ เวลานี้ประมาณตีสี่ครึ่ง ผมก็ได้ตื่นขึ้นมาสูดอากาศที่บริสุทธิ์สุดๆครับ พร้อมดูพระอาทิตย์ขึ้นในวันที่สดใส พร้อมทั้งนมัสการพระธาตุอินทร์แขวนด้วย โดยความเชื่อของคนพื้นที่เค้าบอกว่าต้องมนัสการพระธาตุอินทร์แขวนให้ครบ 3 ครั้งเมื่อเราได้สัมผัสอาการบริสุทธิ์จนเต็มอิ่มแล้ว ก็ถึงเวลาอาหารเช้าพอดี อาหารเช้าของที่นี้เป็นบุฟเฟ่ ข้าวต้ม ข้าวผัด และก็ผัดต่างๆ

รูปเจดีย์ใจ้ปุ่น

เมื่ออิ่มกันแล้วเราก็ต้องรีบลงจากเขาเพื่อไปเที่ยวกันต่อ โดยเราจะนั่งรถขนหมูเหมือนเดิมใช้เวลาประมาณ ชั่วโมงครึ่งเหมือนเดิมลงจากเขาแล้วเราก็ตีรถกลับไปยังหงสาวดีเพื่อไปยัง เจดีย์ใจ๊ปุ่น เจดีย์แห่งนี้ก็มีความสำคัญอีกที่นึงในพม่า ความหมายของเจดีย์ใจ๊ปุ่น มีดังนี้ ใจ๊ คือ พระ หรือ เจดีย์  ปุ่น คือ 4  ดังนั้น พระเจดีย์จุ่น คือ พระเจดีย์ที่มีพระ 4 ทิศ โดยพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ 4 องค์ อายุกว่า 500 ปี หันพระพักตร์ไปยัง 4 ทิศ สร้างขึ้นโดย 4 สาวพี่น้อง ที่อุทิศตนแด่พุทธศาสนา จึงสร้างพระพุทธรูปแทนตนเอง และได้สาบานไว้ว่าจะไม่ข้องแวะกับบุรุษเพศอีกเลยครับ

รูปพระนอนชเวตาเลียว

 

เที่ยงกว่าๆ เราก็ได้เดินทางไปยัง ร้านอาหารเจ้าสัวที่เดิม กันครับ แต่เปลี่ยนเมนูอาหารที่ไม่เหมือนเดิม ที่นี้จะมีน้ำพริกกุ้งที่รสชาติถือว่าอร่อยเลย ถ้าใครสนใจซื้อไปฝากซื้อได้ที่ร้านนี้เลยครับ  หลังจากที่อิ่มกันแล้วก็เดินทางกลับไปยังเมืองย่างกุ้งเหมือนเดิมครับ โดยใช้เวลาประมาณชั่วโมงเศษๆก็ถึงแล้ว เมื่อไปถึงเราก็ไปยัง พระพุทธไสยาสน์เจ้าทัตจี(พระตาหวาน)ซึ่งเป็นพระที่มีความสวยงามอีกองค์หนึ่งของพม่า มีความยาวถึง 70 เมตร แต่เก่าแก่เพียงไม่กี่สิบปีและมีขนาดใหญ่กว่า พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว มีขนตาที่งดงามและดวงตาที่สง่างาม ซึ่งได้ให้ช่างที่ฝีมือการประดิษฐ์ที่ดีที่สุดในพม่าสร้างดวงตาขึ้น พระบาทมีภาพมงคล 108 ประการและพระบาทซ้อนกันซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทย อย่างไรก็ดี วัดแห่งนี้จัดเป็นศูนย์กลางสำคัญในการศึกษาตำรับตำราทางพระพุทธศาสนา มีพระภิกษุจำพรรษาอยู่มากถึง 600 รูป ครับผม

รูปเจดีย์โบตะทาวน์

จากนั้นเราก็ไปยังเจดีย์โบตะทาวน์ ซึ่งเป็นสถานที่สักสิทธิ์ ตามตำนานกล่าวไว้ เมื่อราว 2000 ปีก่อนกษัตริย์มอญมีนามว่า พระเจ้าโอกาละปะ ทรงบัญชาให้นายทหารระดับแม่ทัพ 1000 นาย ตั้งแถวถวายสักการะแด่พระเกศธาตุที่นายวาณิชสองพี่น้องอัญเชิญมาทางเรือและมาขึ้นฝั่งเมืองตะเกิงหรือเมืองดากอง ณ บริเวณนี้ จึงสร้างเจดีย์โบดาทาวน์นี้และทรงแบ่งเส้นพระเกศธาตุไว้1เส้น บรรจุในเจดีย์เพื่อบูชา ก่อนนำไปบรรจุไว้ในเจดีย์ชเวดากองและเจดีย์สำคัญอื่นๆ ข้างในองค์เจดีย์ ท่านจะได้ชม สิงของสมัยโบราณ อาทิ พระพุทธรูปทองคำ เงิน ดินเผา ซึ่งจัดแสดงไว้ให้ชมภายในองค์เจดีย์ (สถานที่แห่งเดียวที่ท่านสามารถมองเห็นพระเกศธาตุด้วยสายตาของท่านเอง)   จากนั้นเราได้สักการะ รูปปั้นเทพทันใจ ( นัตโบโบยี ) ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน ชาวพม่าให้ความเคารพอย่างมากและนิยมมาขอพร ด้วยเชื่อว่าอธิฐานสิ่งใดจะสมความปรารถนาทันที มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ขอพรแล้ว สมดั่งคำอธิฐาน จึงทำให้หลายท่านต้องกลับมาสักการะท่าน หลายๆๆ ครั้งกันครับ

รูปเจดีย์ชเวดากอง

 

ณ เวลาตอนนี้ก็เกือบจะ 16.00 น.แล้ว จุดที่เราจะไปต่อไป ถือได้ว่าเป็น ไฮไลน์เลยก็ว่าได้นั้นคือ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง  พระเจดีย์ทองคำคู่บ้านคู่เมืองประเทศพม่าอายุกว่าสองพันห้าร้อยปี กล่าวกันว่าทองคำที่ใช้หุ้มมหาเจดีย์ชเวดากองนี่ยังมีมากกว่าในห้องนิรภัยของธนาคารประเทศอังกฤษเสียอีก ใครก็ตามที่ได้พบเห็น ก็ต้องรู้ว่าพม่านั้นมีความมั่งคั่งแฝงเร้นอยู่มากมายมหาศาล มหาเจดีย์ชเวดากองมีความสูง 100 เมตรภายในองค์เจดีย์ประดิษฐานพระเกศธาตุของพระพุทธเจ้าและเครื่องบริขารของอดีตพระพุทธเจ้าอีกสามองค์เอาไว้ ส่วนด้านนอกมีการใช้แผ่นทองหุ้มเอาไว้มากถึง 8,688 แผ่น ส่วนยอดประดับด้วยเพชร 5,448 เม็ด ทับทิม ไพลิน และบุษราคัมอีก 2,317 เม็ด มีมรกตเม็ดเขื่องอยุ่ตรงกึ่งกลาง ทั้งหมดนี้อยู่บนยอดฉัตรสูง 10 เมตร ที่มีไม้หุ้มทองเจ็ดท่อนรองรับ มีระฆังใบเล็ก ๆ ประดับอยู่ 1,485 ใบ เป็นระฆังทอง 1,065 ใบ  ระฆังเงิน 420 ใบ รอบองค์เจดีย์ชเวดากองมีทั้งสถูปบริวาร วิหารทิศ วิหารราย และศาลาอำนวยการ มีพระประจำวันเกิดให้ได้สรงน้ำขอพร และขอพรจากองค์เจดีย์ ณ ลานอธิฐานอดีตเคยเป็นลานอธิฐานของพระเจ้าบุเรงนองก่อนออกรบครับ

รูปอาหารที่การะเวก

หิวแล้ว!!!!! เป็นเสียงบ่นของท้องน้อยๆของผมครับ TT ถึงเวลาอาหารเย็นแล้วสิ สถานที่เราจะไปทานอาหารกัน ณ ภัตตาคารการะเวกก์ พร้อมชมการแสดงนาฏศิลป์ของพม่า อันงดงาม อ่อนช้อย บนทะเลสาบหลวง ภัตตาคารแห่งนี้สร้างตามต้นแบบเรือกัญญาของราชวงศ์พม่า หัวเรือเป็นรูปนกการะเวกก์สัตว์ในเทพนิยายอินเดีย หลังคาทำเป็นทรงปราสาทซ้อนสูง ภายในตกแต่งด้วยงานลงรักปิดทองประดับกระจกสี หินอ่อน และงานฝังมุก  ประดับไฟอย่างงดงาม สามารถเห็นทิวทัศน์ของพระมหาเจดีย์ชเวดากองได้งดงามน่าประทับใจอย่างยิ่ง อาหารของที่นี้จะเป็นบุฟเฟ่ต์นานาชาติพร้อมโชว์ให้ท่านได้ชมได้ลิ้มรสกันครับ เมื่ออิ่มกันแล้วก็เดินทางกลับไปนอนยังโรงแรม ณ คืนแรกกัน นั้นคือ โรงแรม Yuzana Hotel ครับ

รูปเจดีย์เยเลพญา

 

วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วสิ หลังจากรับประทานอาหารเช้ากันที่โรงแรมแล้วก็ได้เดินทางไปยังเมืองสิเรียม เพื่อไปชมเจดีย์เยเลพญา โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ต้องนั่งเรือพาข้ามน้ำมาจากอีกฟากหนึ่ง วัดแห่งนี้มีภาพเขียนรูปเจดีย์สำคัญๆ อยู่มากมาย ที่บริเวณท่าเทียบเรือบนเกาะสามารถซื้ออาหารเลี้ยงปลาดุกตัวใหญ่นับร้อยๆ ตัวที่ว่ายวนเวียนให้เห็นครีบหลังที่โผล่เหนือผิวน้ำหลังจากนั้นก็ได้เดินทางกลับไปยังเมืองย่างกุ้งเพื่อกลับกรุงเทพฯกันแล้ว

You can leave a response, or trackback from your own site.

Powered by WordPress | Designed by: free css template | Thanks to hostgator coupon codes and shared hosting